ตำรวจปูพรมกวาดล้างสินค้าปลอม 5 จังหวัด จับ 15 ผู้ต้องหา ยึดของกลางกว่าหมื่นชิ้น

ตำรวจปูพรมกวาดล้างสินค้าปลอม 5 จังหวัด จับ 15 ผู้ต้องหา ยึดของกลางกว่าหมื่นชิ้น





Image
ad1

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำโดย เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปอศ., เจ้าหน้าที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ได้ร่วมกันตรวจค้น ภาคเหนือ ในพื้นที่ 5 จังหวัด ดังนี้ 1.พิษณุโลก 2.อุตรดิตถ์ 3.น่าน 4.พะเยา และ 5.เชียงใหม่ ภาคตะวันออก ในพื้นที่ 5 จังหวัด ดังนี้ 1.ชลบุรี 2.จันทบุรี 3.สระแก้ว 4.นครนายก และ 5.ตราด
ภาคอีสาน ในพื้นที่ 2 จังหวัด ดังนี้ 1.ร้อยเอ็ด และ 2.นครราชสีมา สามารถจับกุมผู้ต้องหา 15 ราย

ในฐานความผิด “ร่วมกันมีไว้เพื่อจำหน่าย/มีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมและเลียนเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักร” ซึ่งเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 ของกลาง เป็นสินค้าปลอมเครื่องหมายการค้าหลากหลายประเภท อาทิ อุปกรณ์การเกษตร, อะไหล่ยานยนต์, น้ำหอม, เสื้อผ้า, ถุงเท้า, กระเป๋าและรองเท้าแบรนด์เนมยี่ห้อดัง มากกว่า 10,000 ชิ้น มูลค่าความเสียหายนับล้านบาท

พฤติการณ์ สืบเนื่องจากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจได้ร่วมกันประชุมหารือกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ จนได้มีบันทึกความตกลงว่าด้วยความร่วมมือปฏิบัติงานการป้องกัน ปราบปรามการจำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อปกป้องคุ้มครองพิทักษ์สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและขจัดปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาให้ลดน้อยลง

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปอศ. ได้ร่วมกำลังกับเจ้าหน้าที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดปฏิบัติการเชิงรุกลงพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกและภาคอีสาน กวาดล้างแหล่งค้าสินค้าปลอมเครื่องหมายการค้าที่แพร่ระบาดในพื้นที่ โดยมุ่งเป้าไปยังพื้นที่เฝ้าระวัง ไม่ว่าจะเป็น โกดังกักเก็บสินค้า หรืออาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ ตลาดค้าส่ง – ค้าปลีก รายใหญ่ประจำจังหวัด/อำเภอ รวมถึงร้านค้าที่จำหน่ายทั้งหน้าร้านและผ่านช่องทางออนไลน์

โดยได้ขอศาลอนุมัติหมายค้นเข้าตรวจค้นสถานที่กักเก็บสินค้าปลอม สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 15 ราย พร้อมตรวจยึดสินค้า รวมจำนวนกว่า 10,000 ชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายมากกว่าล้านบาท จากการตรวจสอบเป็นสินค้าที่ไม่ได้มาตราฐานและปลอมเครื่องหมายการค้าจึงได้ร่วมกันตรวจยึดสินค้าดังกล่าว พร้อมกับจับกุมบุคคลที่เป็นเจ้าของสินค้าดังกล่าว นำตัวพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป