จับตา!สนามรบการเมืองปราจีนบุรีบ้านใหญ่ตระกูล "วิลาวัลย์"ภูมิใจไทยยึดเกาอี้ยกจังหวัดหรือไม่..?

สนามรบการเมืองศึกเลือกตั้ง สส.ปราจีนบุรี 3 เขต ปีนี้พรรคภูมิใจไทย บ้านใหญ่แห่ง “ลุ่มน้ำบางปะกง” ตระกูล “วิลาวัลย์” แห่งค่ายน้ำเงิน จะ แลนด์สไลด์”ทั้ง 3 เขตฯหรือไม่ ?...หรือ มี สส.หน้าใหม่เข้ามายึดครองแทน...
... “ ศรีมหาโพธิ์คู่บ้าน ไผ่ตงหวานคู่เมือง ผลไม้ลือเลื่อง เขตเมืองทวารวดี ” ...
เป็นคำขวัญประจำจังหวัดปราจีนบุรี ที่อดีตยาวนาน ในทางการเมือง ทั้งระดับชาติและ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทุกรูปแบบเป็นพื้นที่ถูกยึดครองแทบทั้งหมดล้วนเป็น”ฐานเสียงหลัก” ของ พรรคภูมิใจไทยมี สส. ทั้ง 3 เขตเลือกตั้ง รวมทั้งฐานจาก อบจ. อบต. ผู้ใหญ่บ้าน – กำนัน
เป็นที่รับทราบกันโดยทั่วไป แกนนำใหญ่ของค่ายน้ำเงิน ที่นี่มีนายสุนทร หรือ “โกทร” วิลาวัลย์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในรัฐบาลพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ อดีตสส.จังหวัดปราจีนบุรี 8 สมัย อดีตสมาชิกวุฒิสภาไทย (สว.) ชุดที่ 9 และ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี (อบจ.) ซึ่งรู้จักกันในนาม “บ้านใหญ่” ของ จ.ปราจีนบุรี หรือ ซุ้มลุ่มน้ำบางปะกง

ชยุต หรือ สส.ต่าย ภุมมะกาญจนะ พรรคภูมิใจไทย เขต 2
ภาพรวมบารมี "บ้านใหญ่" ยังไม่เสื่อมคลาย แม้จะมีมรสุมทางคดีความรุมเร้าตัวแกนนำใหญ่อย่าง สุนทร วิลาวัลย์ (โกทร) แต่ผลการเลือกตั้ง นายก อบจ. เมื่อ ม.ค. 2569 ที่ผ่านมา ซึ่ง "รองอุ๊" (คนสนิทบ้านใหญ่) ชนะขาดลอย สะท้อนให้เห็นว่า เครือข่ายยังแน่นปึ้ก กลไกหัวคะแนน ผู้นำท้องถิ่น (อบต., กำนัน, ผญบ.) ยังทำงานอย่างมีประสิทธิภาพตามสโลแกน "สุขก็เห็นหน้า ทุกข์ก็เห็นหน้า" ทรัพยากรทางการเมืองของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในพื้นที่นี้มีความพร้อมสูงสุด โดยผู้ลงสมัคร สส.ล้วนเป็นอดีต สส.หลายสมัย มีเป้าหมาย ต้องการกวาด Landslide 3 เขต เพื่อฟื้นคืนศักดิ์ศรีหลังจากปี 2566 เสียที่นั่งเขต 2 ให้พรรคก้าวไกล (เดิม)

ดร.สฤษดิ์ บุตรเนียร พรรคภูมิใจไทย เขต 3
สนามการเลือกตั้ง สส. ใน 3 เขตเลือกตั้ง ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งมียอดจำนวนองผู้สมัคร สส. รวม 18 คน ผู้สมัคร สส.ทั้งหมด ของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) “น้ำเงิน” ทั้ง 3 เขตเลือกตั้ง ล้วนมีดีกรีเป็นอดีต สส.เก่าเดิมติดต่อกันหลายสมัย มีแค่ในสมัยที่แล้ว ปี 2566 ที่พ่ายการเลือกตั้ง ให้แก่พรรคก้าวไกล เขต 2
มอง ปี 2569 นี้ เขตเลือกตั้งที่ 1 ( ประกอบด้วย อ.เมืองปราจีนบุรี, อ.บ้านสร้าง, อ.ศรีมโหสถ ) มีผู้สมัครสส.จาก 7 พรรคการเมือง คือ อำนาจ วิลาวัลย์ พรรคภูมิใจไทย , ชนกานต์ ศรีเอียด พรรคประชาชน , พ.ต.อ.สมศักดิ์ นารอด พรรคโอกาสใหม่, จิตร์จา สังข์สี พรรคเพื่อไทย , ไพทูรย์ นาคหิรัญ พรรคกล้าธรรม, พรจรัส สงวนศิลปะ พรรคประชาธิปัตย์ และ นิภาพร บุญช่วย พรรคไทยภักดี

อำนาจ วิลาวัลย์ พรรคภูมิใจไทย เขต1
ผลของการเลือกตั้งปี 2566 “บ้านใหญ่วิลาวัลย์” “อำนาจ วิลาวัลย์ พรรคภูมิใจไทย” สามารถเอาชนะ “ไพทูรย์ นาคหิรัญ” พรรคก้าวไกลมาได้ ด้วยคะแนน 35,641 ส่วน “ไพทูรย์” 31,197 คะแนน ทำให้ “บ้านใหญ่” ชนะขาดด้วยจำนวน 4,444 เสียง
“อำนาจ” เป็นหลานชายโทนของ “โกทร” สุนทร วิลาวัลย์ อดีตสส. 8 สมัย มีอดีตนักการเมือง ทั้งน้องสาว ของโกทร คือ“บังอร วิลาวัลย์” อดีตนายกอบจ.หญิงคนแรกของเมืองปราจีน และ ลูกสาว “กนกวัลย์ วิลาวัลย์” หรือครูโอ๊ะ อดีตรมช.ศึกษา เส้นทางการเมือง “อำนาจ” เมื่อปี 2543 เป็นสมาชิกเทศบาลเมืองปราจีนบุรีโดยได้รับเลือกเป็น ส.ท. 2 สมัยซ้อน ก่อนเลื่อนตั้งเลือกตั้งซ่อม ได้เป็นสส.ปราจีนบุรี เมื่อปี 2554 ก้าวสู่การเป็น สส.คนแรกของ “ค่ายน้ำเงิน” พรรคภูมิใจไทย ในจังหวัดภาคตะวันออก

“ลูกแก้ว” ศิริรัตน์ ศิริรักษ์ พรรคประชาชน
คู่แข่ง ได้แก่ พรรคประชาชน รอบนี้ส่ง “แมน” ชนกานต์ นักการศึกษา คนรุ่นใหม่ แทน “ไพทูรย์ นาคหิรัญ” อดีตผู้สมัครพรรคก้าวไกลเดิม ที่รอบนี้ ไพทูรย์ นาคหิรัญ มาลงพรรคกล้าธรรม
“แมน” ชนกานต์ เป็นนักการศึกษา เป็นคนรุ่นใหม่ เกิดที่พัทลุง หลังบิดาเสียชีวิตย้ายมาอยู่บ้านแม่ที่ อ.ประจันตคาม เรียนจบชั้นประถมศึกษา ,มัธยมฯที่โรงเรียนปราจีนกัลยาณี และ ระดับปริญญาตรี ปริญญาโทมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เคยเป็นอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู จ.ปราจีนบุรี ปฏิบัติงานกู้ชีพ–กู้ภัย ตั้งแต่ปี 2553

แมน-ชนกานต์ ศรีเอียด พรรคประชาชน
ส่วน“ไพทูรย์ นาคหิรัญ” อดีตพรรคก้าวไกลคู่แข่งเดิมนั้น ครั้งนี้ ลงสมัครในนามพรรคกล้าธรรม สำหรับ จิตร์จา สังข์สี พรรคเพื่อไทย เป็นทนายความผู้สมัครหน้าใหม่
ด้านสนาม เขตเลือกตั้งที่ 2 อ.ศรีมหาโพธิ, อ.ประจันตคาม, อ.นาดี (เฉพาะ ต.นาดี ต.บุพราหมณ์ ต.สำพันตา ต.สะพานหิน และเทศบาลตำบลนาดี) มีผู้สมัคร จาก 6 พรรคการเมือง ประกอบด้วย รทิพย์พา ฤทธิ์ประเสริฐ พรรคประชาธิปัตย์ , “ลูกแก้ว” ศิริรัตน์ ศิริรักษ์ พรรคประชาชน , ชยุต หรือ สส.ต่าย ภุมมะกาญจนะ พรรคภูมิใจไทย , กันพิเชฐษ์ มลิเกตุ พรรคไทยภักดี , สมเกียรติ คำดำ พรรคเพื่อไทย และ สุรศักดิ์ หร่ำเดช พรรคเสรีรวมไทย

ผู้สมัครสส.พรรคประชาชน เขต 1-2-3
การเลือกตั้งปี 2566 “วุฒิพงศ์ ทองเหลา” พรรคก้าวไกล ได้กระแสหนุนคนรุ่นใหม่ หนุ่ม-สาวฉันทนา ย่านนิคมอุตสาหกรรม นักเรียน – นักศึกษา –การลงลุยด้านสิ่งแวดล้อม สามารถชนะ “ชยุต หือ สส.ต่าย ภุมมะกาญจนะ “ภูมิใจไทย” ด้วยคะแนน 35,451 ขณะที่ “บ้านใหญ่ - ภุมมะกาญจนะ” ได้ 31,194 คะแนน แพ้ไป 4 ,257 คะแนน
ประวัติ ชยุต หรือ สส.ต่าย โปรไฟ ไม่ธรรมดา เป็นบุตรชายของ “สมาน ภุมมะกาญจนะ” อดีตรมช.อุตสาหกรรม สส.ปราจีนบุรี 8 สมัย ผู้ผลักดันนำนิคมอุตสาหกรรมใน อ.กบินทร์บุรี ,อ.ศรีมหาโพธิสู่ปราจีนบุรีในปัจจุบัน เป็นอดีตผู้ร่วมก่อตั้งพรรคชาติไทย เป็นซุ้ม“บ้านใหญ่ภุมมะกาญจนะ” หลัง “ชยุต” รับไม้ต่อจากบิดาเสียชีวิตได้เป็น สส.5สมัยติดต่อกัน แต่สมัยเลือกตั้งล่าสุดเมื่อปี 2566พ่าย “วุฒิพงศ์” ของพรรคก้าวไกล

ไพทูรย์ นาคหิรัญ พรรคกล้าธรรมเขต 1
แม้ จะไม่ได้เป็น สส.ทางพรรคภูมิใจไทยจัดตำแหน่งให้เป็นที่ปรึกษา รมต.มหาดไทย ลงพื้นที่ ทำการบ้านเพิ่มเท่าตัว พร้อม ๆ กับนำลูกสาววัยรุ่นคนสวย “น้องตอง” ออกพบปะประชาชนต่อเนื่องไม่เคยขาด
ปี 2569 นี้ กระแสพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เมืองปราจีนบุรี ถิ่นที่ตั้งเมืองทหาร “บูรพาพยัคฆ์” กองกำลังรบหลักของไทยในภาคตะวันออก ที่มีค่ายทหารใหญ่อย่างกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล ร.2 รอ.) ค่ายพรหมโยธี ค่ายทหารแห่งแรกของไทยที่จัดการรบแบบราบยานเกราะเต็มรูปแบบของไทย และ มณฑลทหารบดที่ 12 (มทบ.12) ค่ายจักรพงษ์ ค่ายทหารแห่งแรกของไทยที่จัดการรบแบบยุโรป ก็มาแรงไม่ใช่น้อยช่วงสงคราม ไทย – กัมพูชา

สุรศักดิ์ หร่ำเดช พรรคเสรีรวมไทย เขต 2
น่าเป็นอีกตัวช่วยดึง “ชยุต” หรือ สส.ต่าย ได้คะแนนนิยมของพรรคมาหนุนช่วย ให้หวนกลับมาคว้าเก้าอี้ สส. กลับคืนได้หรือไม่ เมื่อต้องเจอคู่แข่งเดิมจากพรรคประชาชน ปีนี้ส่งกับคนรุ่นใหม่ -สาวสวย “ลูกแก้ว” ศิริรัตน์ ศิริรักษ์ พรรคประชาชน
“ลูกแก้ว” ศิริรัตน์ สาวปราจีนฯ เป็นลูกสาวนักการเมืองท้องถิ่นนายสมชาติ หรือ สจ.ง้วน ศิริรักษ์ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) ปราจีนบุรี เขตเลือกตั้งที่ 2 จบการศึกษาจากโรงเรียนมารีวิทยากบินทร์บุรี และโรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ ระดับปริญญาตรีคณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (เกียรตินิยมอันดับ 1) เคยเป็นอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน ปัจจุบันประกอบธุรกิจด้านการเกษตร และแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร โรงงาน บูรพาพืชผล


กันพิเชฐษ์ มลิเกตุ พรรคไทยภักดี เขต 2
คู่แข่งอีกคน คือ นายสมเกียรติ หรือ สจ.หลาย คำดำ อดีตสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี (ส.อบจ.) ผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย มีฐานเสียงส่วนใหญ่ผู้นำท้องถิ่นกำนัน ผู้ใหญ่ฝั่ง อ.ประจันตคาม อดีตก่อนหน้าล่าสุดลงสมัคร สส.พรรคเพื่อไทยมาก่อน ได้อันดับ 3 ปูฐานเสียงในเขต 2 มาก่อน แม้จะสอบตกไม่เคยทิ้งพื้นที่
ขณะ สนามเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 3 อ.กบินทร์บุรี, อ.นาดี (ยกเว้น ต.นาดี ต.บุพราหมณ์ ต.สำพันตา ต.สะพานหิน และ เทศบางตำบลนาดี) ปีนี้ มีผู้สมัครสส.จาก 5 พรรคการเมือง ประกอบด้วย คงกฤช หงส์วิไล พรรคเพื่อไทย, สฤษดิ์ บุตรเนียร พรรคภูมิใจไทย , สุนทรคมคาย พรรคประชาชน , อเนก พรมที พรรคประชาธิปัตย์, และ ธนัญภัทร์ ชัยเจริญทรัพย์ พรรคไทยภักดี

ในการเลือกตั้งรอบที่แล้ว “ค่ายน้ำเงิน” ภูมิใจไทย “ดร.สฤษดิ์ บุตรเนียร” ชนกับ “สุนทร หรือเกษตรแหลม คมคาย” พรรคก้าวไกล โดย “ดร.สฤษดิ์” ได้รับเลือกตั้งด้วยคะแนน 30,833 ส่วน “สุนทร” ได้อันดับ 2 คะแนน 27,327 คะแนน ขณะที่ เพื่อไทย สส.คงกฤช มาอันดับ 3 ได้ 18,490 คะแนน
ปีนี้ “ดร.สฤษดิ์” ชนกับ “สุนทร” พรรคประชาชน และ พรรคอื่น ๆ ตัวเต็ง คือ ดร.สฤษดิ์ เป็นเจ้าของ ผู้จัดการโรงเรียนสายมิตรกรุ๊ป ในหลายจังหวัด โดยเฉพาะปราจีนบุรี ทั้งใน อ.กบินทร์บุรี-นาดี มีพี่ชาย รังสรรค์ บุตรเนียร นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลกบินทร์ ก่อนหน้าที่จะก้าวมาเป็น ส.ส.ปราจีนบุรี เขต 3 นี้ เคยเป็นสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จ.ปราจีนบุรี มาก่อน

คู่แข่งที่มาแรงคือ นายสุนทร หรือเกษตรแหลม คมคายจากพรรคปะชาชน คู่แข่งเดิมที่สมัยที่แล้ว ได้อันดับ 2 ก่อนลงสมัคร สส.และแม้ล่าสุดสอบตก “นายสุนทร” พบปะกับประชาชนมาตลอด เกี่ยวกับการส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์ , การรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม - การต่อต้านขยะพิษ-ขยะอุตสาหกรรม , การอนุรักษ์ต้นน้ำบางปะกง การวางโครงสร้างผลักดันช้างป่าเขตเขาอ่างฤาไน จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่บุกข้ามฝั่งมาหากินที่ปราจีนฯ ที่โดดเด่นคนรู้จักคือ เรื่องซีเซี่ยม -137 ที่เขากล้าต่อสู้อย่างเปิดตัวเต็มร้อย
ล่าสุด ทุนโรงงานจีนที่ปล่อยน้ำเสีย ขยะพิษ โรงงานที่ไม่ได้รับอนุญาต การต่อต้าน EEC. ในนามกลุ่มปราจีนบุรีเข้มแข็ง ในโค้งสุดท้ายพรรคปะชาชนได้โหมปราศรัยทิ้งทวนล่าสุดที่ตลาดหน้านิคม304 อ.ศรีมหาโพธิ ท่ามกลางแรงเชียร์-พลังเงียบจากหนุ่มสาววัยรุ่น-ฉันทนาย่านนิคมอุตสาหกรรมให้กำลังใจ นายสุนทร หรือเกษตรแหลม พรรคประชาชน ล้นหลาม

และม้ามืดที่มองข้ามไม่ได้ คือ นายคงกฤช พรรคเพื่อไทย อดีต สส.เป็นรองนายกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี และ สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี 2 สมัย ต่อมา คงกฤช ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรีครั้งแรก ในการเลือกตั้งแทน สมาน ภุมมะกาญจนะ จากพรรคไทยรักไทย ซึ่งถูกใบเหลือง สังกัดพรรคความหวังใหม่ได้รับเลือกตั้งอีกครั้งในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2548 สังกัดพรรคไทยรักไทย และ ได้รับเลือกสมัยที่ 3 ในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2550 สังกัดพรรคพลังประชาชน ต่อมาพรรคพลังประชาชนถูกยุบพรรค เขาจึงย้ายไปร่วมงานกับพรรคเพื่อแผ่นดิน
ปี 2554 ลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินสอบตก ปี 2562 ลงสมัครในนามพรรคเพื่อไทยสอบตกอีกรอบ และ สมัยที่นายสุนทร หรือ โกทร วิลาวัลย์ เป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี (อบจ.) คงกฤช เป็นรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี (อบจ.)

บทสรุป โอกาสที่ พรรคภูมิใจไทย จะทำ Landslide (ชนะทั้ง 3 เขต) มีความเป็นไปได้สูงกว่าปี 2566 โดยปัจจัยบวกคือชัยชนะในสนาม อบจ. ล่าสุด และกระแสความมั่นคง (สงคราม) ที่เอื้อต่อพรรคฝ่ายรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม เขต 2 และ เขต 3 ยังเป็นจุดเปราะบาง หากพรรคประชาชนสามารถระดมพลคนหนุ่มสาวและแรงงานในนิคมฯ ให้ออกมาใช้สิทธิได้ถล่มทลายเหมือนปี 66 ปาฏิหาริย์ก็อาจเกิดขึ้นได้อีกครั้ง
โดย...มานิตย์ สนับบุญ -รายงาน/ณัฐนันท์-ภาพ##

