กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (COMMANDO) โดยกก.4 บก.ปพ. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. ร่วมกันจับกุม นายเกียรติศักดิ์หรือต๊ะ เทนอิสระ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 208/566 หมู่ที่ 8 ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากของตนโดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้องโดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดอาญาอื่นใดฯ” ตามหมายจับของศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช

สถานที่จับกุม บริเวณสถานีรถไฟดอนเมือง ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ
พฤติการณ์ก่อนการจับกุม เมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2568 ผู้เสียหายได้มาพบพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรขนอม เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับนายเกียรติศักดิ์ เทนอิสระ ที่ได้หลอกลวงให้ผู้เสียหายโอนเงินโดยผู้เสียหายได้พบเพจเฟสบุ๊ค “Autonet Zeer Rangsit” ได้มีการลงโพสต์โฆษณาผ่านรูปแบบสาธารณะให้ประมูลเครื่องคอมพิวเตอร์ สเป็ก AMD RYZEN 99950x3d ซึ่งเป็นสเป็คเครื่องแต่ง โดยให้ประชาชนทั่วไปเข้าไปทำการประมูลและผู้เสียหายได้ทำการประมูลในราคา 46,000 บาท จากนั้นเฟสบุ๊คดังกล่าวได้ติดต่อผ่านกล่องข้อความเมสเซนเจอร์มาหาผู้เสียหายและได้บอกว่าชนะการประมูล

โดยได้ให้หมายเลขบัญชีธนาคารกรุงศรีอยุธยา หมายเลขบัญชี 0077035443 ชื่อบัญชีนายเกียรติศักดิ์ เทนอิสระ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้โอนเงินจากบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ หมายเลขบัญชี 2212387644 ชื่อบัญชีนางสาวมนต์ธิดา ศิริธรรม เข้าไปยังบัญชีธนาคารที่คนร้ายได้ให้ไว้ เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2568 เวลา 14.04 น. จำนวนเงิน 46,000 บาท เมื่อโอนเงินไปแล้วคนร้ายได้ให้โอนเงินไปอีก แต่ผู้เสียหายไม่ได้โอนเงินเพิ่ม ต่อมาคนร้ายได้ทำการบล็อกเฟสบุ๊คผู้เสียหาย จึงรู้ว่าถูกหลอกและได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับคนร้ายที่เกี่ยวข้องที่หลอกลวงให้ผู้เสียหายโอนเงินเป็นเหตุให้ได้รับความเสียหาย

จากการตรวจสอบเส้นทางการโอนเงินพบว่าเงินจากผู้กล่าวหาได้มีการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของผู้ต้องหาจริง และเมื่อรับโอนเงินแล้วได้มีการโอนเงินไปยังทรูมันนี่วอลเล็ท ต่อเนื่องทันทีและผู้ต้องหาเพิ่งเปิดบัญชีธนาคารเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ซึ่งก่อนเกิดเหตุในคดีนี้ไม่นาน อันมีลักษณะผิดปกติวิสัย โดยเปิดบัญชีก่อนเกิดเหตุคดีนี้ไม่นานเชื่อได้ว่าผู้ต้องหาในคดีนี้ได้เปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเงินฝากของตนโดยมิได้เจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้องโดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

และหรือหลอกลวงให้ผู้เสียหายในคดีนี้หลงเชื่อชนะการประมูลเครื่องคอมพิวเตอร์จริง เป็นการกระทำไม่เลือกเหยื่อในการติดต่อหรือการโฆษณาผ่านรูปแบบสาธารณะซึ่งประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ พนักงานสอบสวนได้ทำออกหมายเรียกผู้ต้องหา ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ที่ส่งหมายเรียกไปยังภูมิลำเนาของผู้ต้องหาได้รับผลการส่งหมายเรียกแต่ไม่พบผู้ต้องหา พบบุคคลอื่นแจ้งว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านเช่าและไม่ทราบว่าผู้ต้องหาเป็นผู้ใด เชื่อได้ว่าน่าจะกระทำผิดอาญาและถือได้ว่าเป็นบุคคลที่ไม่มีที่อยู่หลักแหล่ง พนักงานสอบสวนจึงมีความจำเป็นที่จะต้องขอหมายจับเพื่อนำตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามกฎหมาย

พฤติการณ์มิจฉาชีพ คนร้ายได้สร้างแอปฯ ขึ้นมาหลอกลวงให้ประชาชนคนทั่วไป ร่วมฝากเงินกินดอกเบี้ยในอัตราสูง สร้างความน่าเชื่อถือโดยการโฆษณาผ่านแอปฯ ต่างๆ ทำให้ประชาชนคนทั่วไปหลงเชื่อและได้นำเงินฝากเข้าแอปฯ ดังกล่าวเป็นจำนวนมาก นอกจากฝากเงินแล้ว ต่อมาผู้ฝากเงินพบว่าเงินที่ฝากไว้ในแอปฯ เป็นศูนย์ แถมยังโดนนำบัญชีธนาคารที่ได้ทำการผูกกับแอปฯ ไปใช้หลอกลวงประชาชนคนทั่วไปให้โอนเงินเข้าออกผ่านบัญชีอันเป็นลักษณะของการกระทำความผิดตามกฎหมาย เงินก็สูญหาย แถมได้หมายจับเพิ่ม
พฤติการณ์ในการจับกุม กล่าวคือก่อนทำการจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้สืบทราบนายเกียรติศักดิ์หรือต๊ะ เทนอิสระ ได้หลบหนีอยู่ทางภาคอีสาน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการสืบสวนหาข่าวและทำการติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหารายนี้และจากการสืบสวนทราบว่าผู้ต้องหาจะเดินทางเข้ามาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

ต่อมาวันนี้ ( 6 มี.ค. 69 ) เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้เดินทางไปสืบสวนหาข่าวบริเวณย่านดอนเมือง พบบุคคลมีตำหนิรูปพรรณคล้ายผู้ต้องหาตามหมายจับ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยการแสดงบัตรข้าราชการตำรวจเพื่อทำการตรวจสอบ จากการตรวจสอบทราบว่าบุคคลดังกล่าวชื่อนายเกียรติศักดิ์ฯ โดยนำบัตรประจำตัวประชาชามาตรวจสอบยืนยันพบว่ามีชื่อตรงกันกับบุคคลตามหมายจับและมีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับ สอบถามผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับฉบับนี้จริงและไม่เคยถูกจับในคดีนี้มาก่อน ผู้ต้องหาดูอย่างละเอียดจนทราบและเข้าใจดีแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมายให้ผู้ถูกจับกุม/ผู้ต้องหาทราบ
จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหามายัง บก.ปพ.จัดทำบันทึกจับกุม และนำตัวส่งไปยังสถานีตำรวจภูธรขนอม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป จากการพูดคุยกับผู้ต้องหา ให้การว่าตนได้สมัครสมาชิกของแอปฯ “Kept by Krungsri” ทางสื่อโฆษณาในแอปฯ บนมือถือ การโฆษณามีความน่าเชื่อถือ ตนจึงได้ฝากเงินไว้ในแอปฯ ดังกล่าว ต่อมาไม่นานตนได้เข้ามาดูปรากฏว่า เงินในแอปฯ เป็นศูนย์และไม่สามารถติดต่อแอปฯ ดังกล่าวได้ ตนไม่ได้แจ้งความดำเนินคดีแต่อย่างใด ต่อมาภายหลังตนได้ไปตรวจสอบที่ธนาคารพบว่าได้มีคนร้ายได้นำบัญชีธนาคารของตนไปใช้และไม่นานเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้นำหมายจับมาแสดงทำการจับกุมตน
