นายกอบจ.ปราจีน แจงตั้ง ‘นักธุรกิจชาวจีน’ เป็นที่ปรึกษา ชี้มีวิสัยทัศน์ ไม่สนคนมองจีนเทา

นายกอบจ.ปราจีน แจงตั้ง ‘นักธุรกิจชาวจีน’ เป็นที่ปรึกษา ชี้มีวิสัยทัศน์ ไม่สนคนมองจีนเทา





Image
ad1

จากกรณีเพจดังออกมาวิพากษ์วิจารณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี แต่งตั้งนักธุรกิจจีน เป็นที่ปรึกษาพิเศษ โดยพบว่า ชายชาวจีนรายนี้ เป็นคนเดียวกับที่ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เคยแต่งตั้ง แต่กลับถูกวิพากษ์วิจารณ์จนต้องยกเลิกในเวลาต่อมานั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 มีนาคม นายกฤษฎ์ กษมพันธุ์ หรือ รองอุ๊ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ปราจีนบุรี เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า ขอชี้แจง หลังจากที่มีการแต่งตั้งชาวจีน นายจู เจิ้นเฉิง (Mr.Juncheng Zhu) นักธุรกิจชาวจีน เป็นที่ปรึกษาพิเศษด้านการพาณิชย์นั้น ขอยืนยัน เลือกคนจากวิสัยทัศน์และความสามารถในการประสานงาน

นายกฤษฎ์ กล่าวว่า สำหรับนายจู เจิ้นเฉิง (Mr.Juncheng Zhu) หรือเจสัน เป็น สจ.ของเมืองจีน มาทำงานและอยู่ที่ จ.ปราจีนบุรีนานแล้ว สามารถพูดภาษาไทย เป็นล่ามไทย-จีนเพื่อพัฒนาเมืองอุตสาหกรรม เข้ามาช่วยแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตร การประมงน้ำจืด มีความสนิทสนมกับกลุ่ม Alibaba โดยดึงยักษ์ใหญ่ “Alibaba” มาช่วยแก้วิกฤติ ช่วยทำการรับซื้อปลานิล ช่วยเกษตรกรชาวพื้นที่อำเภอบ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี ที่เป็นแหล่งเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทั้งปลา –กุ้ง เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ใหญ่ที่สุด มีแพรับซื้อปลา-กุ้ง มากที่สุดในภาคตะวันออก ที่ช่วงนี้เกิดวิกฤติปัญหาด้านราคาตกต่ำสูงสุด หลังผลกระทบภาวะสงครามตะวันออกกลาง , ปัญหาการปิดพรมแดนไทย-กัมพูชา จนผลผลิตราคาตกต่ำสูงสุด

นายกฤษฎ์ กล่าวว่า ยืนยันว่า ตนไม่ติดใจกระแสวิพากษ์ “จีนเทา” จนเกิดความกังวลเรื่องกลุ่มทุนจีนสีเทานั้นให้กาลเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ ในการทำงานดูแลด้านต่าง ๆ ตามนโยบายการพัฒนาที่ให้ไว้

นายกฤษฎ์ กษมพันธุ์ นายกอบจ.ปราจีนบุรี

นายกฤษฎ์ กล่าวว่า การแต่งตั้ง นายจู เจิ้นเฉิง ให้เข้ามาเป็นที่ปรึกษาพิเศษนั้น เกิดจากการที่ตนได้เห็นวิสัยทัศน์จากการร่วมงานสังคม และพบว่าเป็นผู้ที่มีเครือข่ายกว้างขวาง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อจังหวัดปราจีนบุรีที่คาดว่า กำลังเติบโตเป็นเมืองอุตสาหกรรมและเป็นส่วนหนึ่งของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ในอนาคตอันใกล้ โดยยืนยันว่าการแต่งตั้งนี้ไม่มีเรื่องผลประโยชน์ส่วนตนเข้ามาเกี่ยวข้อง

นายกฤษฎ์ กล่าวว่า ความสามารถของที่ปรึกษาชาวจีนรายนี้ เห็นผลเป็นรูปธรรมจากการเข้าช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิลในอำเภอบ้านสร้าง ที่ประสบปัญหาไม่สามารถส่งออกสินค้าได้เนื่องจากด่านชายแดนปิด และล่าสุดคือหลังกระทบภาวะสงครามตะวันออกกลาง โดย ตนได้คุยกับคุณเจสัน หรือ นายจู เจิ้นเฉิง เขามีสายสัมพันธ์กับทาง Alibaba จึงอาสาเข้ามาช่วยประสานงานเพื่อระบายสินค้า โดยในวันที่ 24 มีนาคมนี้ จะมีการจำหน่ายปลานิลที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี( อบจ.) รวม จำนวน 1,200 กิโลกรัม ในราคาถูกเพื่อช่วยเหลือประชาชน และจะมีตัวแทนจาก Alibaba เข้ามาร่วมสังเกตการณ์ และร่วมรับซื้อปลานิลที่ราคาตกต่ำสูงสุดด้วย”

ส่วนประเด็นข้อครหาเรื่อง “ทุนจีนเทา” นั้น นายกฤษฎ์ กล่าวว่า ตนยอมรับในความคิดเห็นที่แตกต่างสามารถวิพากษ์วิจารณ์เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาร่วมกันได้ แต่ขอให้มองที่ผลประโยชน์ของส่วนรวมเป็นหลัก พร้อมย้ำว่าหากบุคคลดังกล่าวเป็นกลุ่มสีเทาจริง หรือจีนเทา คงไม่สามารถเดินทางเข้าประเทศไทยได้ถูกต้องตามกฎหมาย

“ต้องถามว่าท่านไม่ชอบจีนเทา หรือท่านไม่ชอบ “รองอุ๊” นายกอบจ. มากกว่ากัน บางเพจบอกว่า แต่งตั้งต้องมีผลประโยชน์ ทำไมไม่มองเรื่องมิตรภาพและการพัฒนาบ้านเมือง ทั้งนี้ตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษนี้ไม่มีค่าตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้น หากคนไทยคนไหน เก่งภาษาจีนและมีเครือข่ายกว้างขวางก็สามารถเสนอตัวเข้ามาช่วยงานได้ ตนในฐานะหัวหน้าฝ่ายบริหาร อบจ. ยินดีเปิดรับ ” นายกฤษฎ์กล่าว

นายกฤษฎ์ กล่าวว่า เตรียมจะแต่งตั้งชาวจีนอีกราย ซึ่งดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังใน จ.ปุทมธานี เข้ามาเป็นที่ปรึกษาเพิ่มเติม เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กนักเรียนในสังกัด อบจ. ที่มีการจัดการด้านการศึกษาเองของ อบจ. รวม จำนวน 6 แห่ง โดยเฉพาะการมอบทุนเรียนต่อในหลักสูตรพยาบาลและผู้ช่วยพยาบาล ซึ่งถือเป็นประโยชน์โดยตรงต่อเยาวชนในพื้นที่ ที่จะกลับมาทำงานในบ้านตัวเอง

อีกทั้งปัจจุบัน อบจ.มี โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ในสังกัดทั้งหมด 94 แห่งมากที่สุดในประเทศ ซึ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้เปิดตัวโปรเจกต์ยักษ์ อบจ.ปราจีนบุรี สู่ Smart City จับมือ ม.ชินวัตร นำร่องประหยัดพลังงาน-ลดมลพิษ-ส่งเสริมสุขภาพ ใช้รถ EV – สถานีชาร์จ และ ศูนย์ฟอกไต & Hub พลังงานสะอาดแบบครบวงจร จุดพลิก-ก้าวสำคัญของชาวปราจีนบุรี อีกด้วย

นายกฤษฎ์ กล่าวว่า ยืนยันว่าตนจะไม่ดำเนินการแจ้งความเอาผิดกับผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียล เนื่องจากเคารพในความคิดเห็นส่วนบุคคล แต่ขอใช้ผลงานและกาลเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ความตั้งใจในการทำงานเพื่อพี่น้องชาวปราจีนบุรีต่อไป โดยในส่วน นายจู เจิ้นเฉิง นั้น ในวันพรุ่งนี้ (24 มีนาคม) จะไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดีเพื่อพิสูจน์ตัวเองในชั้นพิพากษา หรือชั้นศาลว่าเขาไม่ใช่จีนเทาในการพิสูจน์ยืนยันศักดิ์ศรีและธุรกิจของเขา

.