สบอ.1 ปราจีนบุรี ยกระดับเฝ้าระวัง "เจ้างาเบี่ยง" ช้างป่าเจ้าถิ่นโผล่ใช้ชีวิตในไร่อ้อยช่วงปิดหีบ

ปราจีนบุรี - สบอ.1 ปราจีนบุรี ยกระดับเฝ้าระวัง "เจ้างาเบี่ยง" ช้างป่าเจ้าถิ่น ใช้ชีวิตในไร่อ้อยช่วงปิดหีบ เร่งกางแผนเชิงรุก 5 ด้าน ลดการเผชิญหน้าระหว่างเกษตรกับช้างป่าจำเป็นต้องลงพื้นที่ทำงานอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีความเสี่ยงสูงต่อการเผชิญหน้ากับช้างป่าโดยไม่คาดคิด
เมื่อเวลา 17.25 น.วันที่25 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) ยกระดับมาตรการเฝ้าระวังช้างป่าอย่างเข้มข้น หลังเครือข่ายเฝ้าระวังช้างป่า ตำบลเขาไม้แก้ว และตำบลวังท่าช้าง อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี รายงานการพบเห็น "เจ้างาเบี่ยง" ช้างป่าเจ้าถิ่นที่แต่เดินอพยพข้ามฝั่งมาจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน จ.ฉะเชิงเทรา (ในพื้นที่ป่าลุ่มต่ำผืนสุดท้ายของไทยในเขตป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภาตะวันออก จ.ฉะเชิงเทรา จ.สระแก้ว จ.จันทบุรี จ.ระยอง และ จ.ชลบุรี)

ยศวัฒน์ เธียรสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี)
อพยพย้ายข้ามฝั่งเข้ามามาหากินอยู่อาศัยพร้อมพวก เข้ามาหากินและใช้ชีวิตในพื้นที่ไร่อ้อยของเกษตรกรในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวหรือช่วงปิดหีบ แล้วไม่ยอมกลับคืนถิ่นเดิม จนท.เร่งระดมชุดปฏิบัติการติดตามพร้อมกางแผนเชิงรุก 5 ด้าน หวังลดการเผชิญหน้าระหว่างเกษตรกับช้างป่า
นายยศวัฒน์ เธียรสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดร่วมกับเครือข่ายเฝ้าระวังช้างป่าในพื้นที่ตำบลเขาไม้แก้ว และตำบลวังท่าช้าง อำเภอกบินทร์บุรีจังหวัดปราจีนบุรี ล่าสุดภาพจากโดรนได้บันทึกภาพ "เจ้างาเบี่ยง" ซึ่งเป็นช้างป่าตัวผู้ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นคืองาโค้งผิดปกติ กำลังหากินและเล่นโคลนในไร่อ้อยของเกษตรกรอย่างสบายอารมณ์

โดยพบว่ามีช้างป่าอีกหนึ่งตัวร่วมขบวนด้วย สถานการณ์ดังกล่าวสร้างความกังวลใจให้กับเกษตรกรในพื้นที่เป็นอย่างมาก เนื่องจากขณะนี้กำลังเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการเก็บเกี่ยวอ้อยเพื่อส่งโรงงานน้ำตาล (ฤดูปิดหีบ) ในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เกษตรกรจำเป็นต้องลงพื้นที่ทำงานอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีความเสี่ยงสูงต่อการเผชิญหน้ากับช้างป่าโดยไม่คาดคิด
ที่ผ่านมา ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว นายเนย สุขประเสริฐ นายกสมาคมชาวไร่อ้อยจังหวัดปราจีนบุรี นายมนตรี คำพล นายกสมาคมชาวไร่อ้อยจังหวัดสระแก้ว และนายสมใจ ลาทอง ที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขาไม้แก้ว และที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังท่าช้าง ได้ดำเนินการประสานงานอย่างเข้มข้นกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤๅไนและสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1(ปราจีนบุรี) เพื่อสร้างความเข้าใจและแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรมกลุ่มแกนหลักชุมชนเหล่านี้ได้ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างเกษตรกรกับหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้การดำเนินการแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างราบรื่นและสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างยั่งยืนและเป็นรูปธรรม สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) ได้ดำเนินการตามนโยบายของนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยนายอรรถพล เจริญชันษาอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้มอบหมายนโยบายเร่งด่วน หรือ "Quick Win" จำนวน 5 ด้าน เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาช้างป่าออกนอกพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้
1. การจัดการแหล่งอาศัยในป่าลึก: จัดเตรียมแหล่งน้ำ ทุ่งหญ้า และโป่งเทียมในพื้นที่ป่าลึก เพื่อดึงดูดช้างป่าให้กลับคืนสู่ถิ่นอาศัยเดิมตามธรรมชาติ
2. การเฝ้าระวังและผลักดันร่วมกับชุมชน: จัดตั้งและสนับสนุนชุดปฏิบัติการร่วมกับชุมชนในพื้นที่ เพื่อเฝ้าระวังและดำเนินการผลักดันช้างป่าในจุดเสี่ยงต่าง
3. การสร้างและปรับปรุงแนวป้องกัน: ปรับปรุงและสร้างแนวป้องกันช้างป่าเพิ่มเติม เพื่อสกัดกั้นไม่ให้สัตว์ป่ารุกล้ำเข้ามาในพื้นที่เกษตรกรรมของประชาชน
4.การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการแจ้งเตือน: พัฒนาระบบ SMART Early Warning System โดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ผสานเข้ากับแอปพลิเคชันและระบบส่งข้อความสั้น (SMS) เพื่อแจ้งเตือนภัยให้แก่ชาวบ้านแบบเรียลไทม์
5.การขับเคลื่อนโครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์: ดำเนินการในพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และสระแก้ว โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการเชิงพื้นที่แบบไร้รอยต่อ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

นายยศวัฒน์ ได้กล่าวเน้นย้ำในตอนท้ายว่า เป้าหมายสำคัญสูงสุดของการดำเนินงานคือ การทำให้คนกับช้างสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุลและปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ในระยะนี้ทางกรมอุทยานฯ ขอความร่วมมือจากพี่น้องเกษตรกรให้หลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่ไร่อ้อยในช่วงเวลากลางคืนและช่วงเช้ามืด ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ช้างป่ามักออกหากิน หากประชาชนพบเห็นช้างป่า ขอให้รีบแจ้งสายด่วนกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โทร. 1362 ทันที เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญเข้าดำเนินการผลักดันช้างป่าตามหลักวิชาการ เพื่อความปลอดภัยของทั้งคนและสัตว์ป่า
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ยังคงมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าอย่างต่อเนื่อง โดยบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความเข้าใจและแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง อันจะนำไปสู่การอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนในอนาคต

โดย... มานิตย์ สนับบุญ /ปราจีนบุรี ###

