“บุษบงก์” ลุยยื่นเรื่องตรวจสอบเอกสาร-ข้อมูลการแต่งตั้งนักธุรกิจจีนที่ปรึกษาพิเศษอบจ.ปราจีนบุรี

“บุษบงก์” ลุยยื่นเรื่องตรวจสอบเอกสาร-ข้อมูลการแต่งตั้งนักธุรกิจจีนที่ปรึกษาพิเศษอบจ.ปราจีนบุรี





Image
ad1

ปราจีนบุรี –  “บุษบงก์” เพจดังบุกเดี่ยวเปิดหน้าชนใช้ พรบ.ข้อมูลข่าวสารยื่นเรื่องขอให้ อบจ.ปราจีนบุรีขอตรวจสอบเอกสาร-ข้อมูลการแต่งตั้งชาวจีนนายเจสันเป็นที่ปรึกษาพิเศษ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบงานข่าวกรองบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศติดตามความเคลื่อนเหตุการณ์ไหวใกล้ชิด

เมื่อเวลา 18.55น.วันที่ 27 มีนาคม พ.ศ.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี จากกรณีนายกฤษฎิ์ กษมพันธุ์ หรืออุ๊ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ปราจีนบุรี ลงนามแต่งตั้งนายจู เจิ้นเฉิง (Mr.Juncheng Zhu) หรือเจสัน เป็นที่ปรึกษาพิเศษด้านการพาณิชย์ การส่งเสริมการลงทุน ของนายก อบจ. จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก ขณะที่นายเจสันเข้าพบตำรวจ สภ.เมืองปราจีนบุรี ลงทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กกล่าวหาเป็นจีนเทาและโดนคอมเมนต์โจมตีทำให้เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชังจากผู้ที่ไม่ทราบข้อเท็จจริงนั้น... 

ล่าสุด เพจดัง โดผู้ใช้ชื่อ"บุษบงก์  ชาวกัณหาโพสต์ภาพขณะกำลังยืนหน้าประตูทางเข้าที่ทำการองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี(อบจ.)พร้อมโชว์เอกสารที่ใช้ยื่นคำร้องถึงนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี(อบจ.) ตาม พรบ.ข่าวสาร 2540  ขอรายละเอียดเพื่อตรวจสอบกรณีที่นายก อบจ.ปราจีนบุรีทำการแต่งตั้งที่ปรึกษาพิเศษชาวจีน  พร้อมระบุข้อความ ว่า  ... วันนี้หากข้าพเจ้าได้กระทำการใดๆแล้วมีเหตุให้ข้าพเจ้าต้องเป็นอะไรจากผู้ไม่หวังดี  ขอให้คนปราจีนบุรีที่ยังอยู่และรักท้องถิ่นสืบต่อภาระกิจเพื่อรักษาบ้านเราให้ร่มเย็นเป็นที่ที่เราได้ทำมาหากินอย่างเป็นสุขด้วยเถิด  #ลูกปราจีนยามเฝ้าแผ่นดินถูกอิทธิพลจีนคุกคาม...
 
ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อสอบถามนางบุษบงก์ ชาวกันหา ต.บ้านพระ อ.เมืองปราจีนบุรี จ. ปราจีนบุรี  กล่าวว่า  วันนี้ตนได้เข้ายื่นเรื่อง ขอข้อมูลข่าวสารของราชการ (พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540)  ถึงนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดจังหวัดปราจีนบุรี (อบจ.) ท่ามกลางมีพ.ต.ต.ทศพร ชำนาญ สารวัตรสันติบาลจังหวัดปราจีนบุรีและเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบงานข่าวกรองบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศติดตามความเคลื่อนไหว

โดยข้อความ  ในเอกสารระบุดังนี้   ว่า ...  มีความประสงค์ขอข้อมูลข่าวสารของราชการ ตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 โดยขอเอกสาร/ข้อมูล ดังต่อไปนี้:

รายการเอกสารที่ขอ   คำสั่งแต่งตั้ง” ที่ปรึกษาพิเศษ” ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด พร้อมเอกสารแนบท้ายทั้งหมด  , เอกสารหรือระเบียบที่ใช้อ้างอิงในการแต่งตั้งตำแหน่งดังกล่าว  ,  สัญญาจ้าง หรือข้อตกลงการจ้าง (ถ้ามี) ของบุคคลที่ได้รับแต่งตั้ง  ,  เอกสารเกี่ยวกับการเบิกจ่ายค่าตอบแทน เงินเดือน หรือผลประโยชน์อื่นใด, รายงานการประชุม หรือบันทึกข้อความที่เกี่ยวข้องกับการเสนอและอนุมัติการแต่งตั้ง  , ขอบเขตหน้าที่ (TOR / Job Description) ของตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษ  , เอกสารแสดงสถานะการทำงานของบุคคลต่างด้าว เช่น ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) (ถ้ามี)

วัตถุประสงค์ในการขอข้อมูล เพื่อใช้ในการตรวจสอบความถูกต้องตามกฎหมาย และเพื่อประโยชน์สาธารณะ

 รูปแบบที่ต้องการรับข้อมูล   

สำเนาเอกสาร  ตรวจดูเอกสารรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (ถ้ามี)

 ข้าพเจ้าขอรับรองว่าจะใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อวัตถุประสงค์ที่ชอบด้วยกฎหมาย  

( นางบุษบงก์ ชาวกันหา)

นางบุษบงก์ เปิดเผยต่อไป ว่า  ในวันนี้(27มี.ค.)ตนเองเดินทางลำพังมาที่ทำการองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี(อบจ.) ทำการยื่นเอกสารเพื่อขอข้อมูล จากกรณีที่ “รองอุ๊” หรือ นายกฤษฎิ์ กษมพันธุ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี (อบจ.)ได้ทำการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาพิเศษด้านการพาณิชย์ การส่งเสริมการลงทุนองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี (อบจ.) นายจู เจิ้นเฉิง หรือ เจสัน เมื่อวันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2569

ตนเองได้รับข้อร้องทุกข์กรณีดังกล่าวจากชาวปราจีนบุรี  ได้เผยแพร่ลงเฟชบุ๊ค กล่าวถึง ความไม่เหมาะสมในการแต่งตั้งบุคคลชาวจีนดังกล่าวดังกล่าว ขอให้ทำการตรวจสอบ    ซึ่ง ก่อนหน้าชาวจีนรายนี้ นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผวจ.ปราจีนบุรี ได้เคยทำการแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาผู้ว่าราชการ จ.ปราจีนบุรี  จนกิดกระแสกดดันทางสังคมไม่เหมาะสม ซึ่งผู้ว่าฯได้สั่งยกเลิกคำสั่งดังกล่าว

ทาง “รองอุ๊” หรือ นายกฤษฎิ์ กษมพันธุ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี (อบจ.)ได้ชี้แจงผ่านสื่อมวลชน  ว่า  สามารถวิพากษ์วิจารณืได้ พร้อมบอกสาเหตุการแต่งตั้งมาจากเห็นวิสัยทัศน์จากการร่วมงานสังคม และพบว่าเป็นผู้ที่มีเครือข่ายกว้างขวาง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อจังหวัดปราจีนบุรีที่คาดว่า กำลังเติบโตเป็นเมืองอุตสาหกรรมและเป็นส่วนหนึ่งของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ในอนาคตอันใกล้ 

โดยยืนยันว่าการแต่งตั้งนี้ไม่มีเรื่องผลประโยชน์ส่วนตนเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยที่ปรึกษาชาวจีนรายนี้ ได้เข้าช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิลในอำเภอบ้านสร้าง ที่ประสบปัญหาไม่สามารถส่งออกสินค้าได้เนื่องจากด่านชายแดนไทย-กัมพูชาปิด โดยทาง “เจสัน” หรือนายจู เจิ้นเฉิง นั้นมีสายสัมพันธ์กับทาง Alibaba จึงอาสาเข้ามาช่วยประสานงานเพื่อระบายสินค้าช่วยเกษตรกร วันละ 3,000 กก.และยังคงมียอดปลานิลเหลือตกค้างในบ่ออีกกง่า 7,000 ตัน

 ด้าน Mr.Juncheng Zhu (จู จวินเฉิง) หรือเจสัน ที่ปรึกษาพิเศษ อบจ.ปราจีนบุรี ได้เดินทางแจ้งความดำเนินคดีกับตนเองเจ้าของเพจเฟซบุ๊ก ที่อ้างว่าตนเอง  ได้กล่าวหาว่าเป็น "จีนเทา" กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองปราจีนบุรี ยืนยันความบริสุทธิ์ ทำธุรกิจถูกต้องตามกฎหมาย มีการรับรองจาก BOI และได้รับความไว้วางใจให้ตำแหน่งเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาที่สร้างความเสียหาย ว่าเพจเฟซบุ๊กที่นำเสนอข้อมูลเท็จ ทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นกลุ่มทุน "จีนเทา" เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ ยืนยันว่าธุรกิจที่ทำในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี มีความโปร่งใส และผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) อย่างถูกต้อง  ตามรายละเอียดที่ได้มีการนำเสนอต่อเนื่องทางสื่อมวลชน  นั้น 
ในวันนี้ จึงมายื่นเรื่องเอกสารตาม พรบ.ข้อมูลข่าวสาร พ.ศ.2540 เพื่อตรวจสอบข้อมูลเชิงลึก  เป็นเหมือนยามเฝ้าแผ่นดินพื้นที่ จ.ปราจีนบุรีดังกล่าว ที่ในปัจจุบันมีโรงงานจีนทั้งถูกต้อง-ผิดกฎหมาย-แรงงานต่างด้าวจำนวนมากในย่านอุตสาหกรรมในหลายอำเภอ ทั้ง อ.กบินทร์บุรี อ.ศรีมหาโพธิ ของ จังหวัดปราจีนบุรี

พร้อมกันนี้ เมื่อวานนี้ (26มี.ค.) ตนได้เข้าพบนายวีระพันธ์  ดีอ่อน ผวจ.ปราจีนบุรี ชี้แจงกรณีการลงเผยแพร่เรื่องการแต่งตั้งชาวจีนเป็นที่ปรึกษาพิเศษขององค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี(อบจ.) และเข้าสอบถามถึงกรณีดังกล่าว  โดยทางนายวีระพันธ์  ดีอ่อน ผวจ.ปราจีนบุรี แจ้งว่า เรื่องการแต่งตั้งที่ปรึกษาพิเศษชาวจีนของ อบจ.ปราจีนบุรีนั้น ไม่ได้รับการแจ้ง หรือ ปรึกษากับทางตนเองหรือทาง จ.ปราจีนบุรีก่อน  

ส่วนในการแต่งตั้งบุคคลชาวจีนดังกล่าวดังกล่าว ที่ก่อนหน้านายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผวจ.ปราจีนบุรี ได้แต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาจ.ปราจีนบุรี จนกิดกระแสกดดันทางสังคม ต่อมานายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย (มท.1) ในขณะนั้นได้ตำหนินายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี กรณีลงนามแต่งตั้งนักธุรกิจชาวจีนเป็นที่ปรึกษาผู้ว่าฯโดยไม่เหมาะสม ซึ่งผู้ว่าฯ ได้สั่งยกเลิกคำสั่งดังกล่าว แล้วชี้แจงว่า หลังจากประธานหอการค้า(นายสมบัติ  สิทธิมงคล อดีตประธานหอการค้า จ.ปราจีนบุรี)เสนอมาเพื่อช่วยประสานงานการลงทุน เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ EEC จึงแต่งตั้งเพื่อให้เกียรติ ไม่ได้สนิทสนมเป็นการส่วนตัว และได้ทำหนังสือด่วนที่สุดถึงปลัดไม่ได้สนิทส่วนตัวและยอมรับความผิดพลาด ส่วนทางนายสมบัติ  สิทธิมงคล อดีตประธานหอการค้า จ.ปราจีนบุรีผู้เสนอเรื่อวการแต่งตั้งชาวจีนได้แสดงความรับผิดชอบลาออกจากตำแหน่งดังกล่าว  นางบุษบงก์กล่าวในที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม สำหรับนางบุษบงก์ ชาวกัณหา อดีตข้าราชการ(บำนาญ) เป็นผู้ทรงคุณวุฒิและนักพัฒนาท้องถิ่นที่โดดเด่นในจังหวัดปราจีนบุรี โดยมีบทบาทสำคัญ อาทิ เป็นผู้ประสานงานโครงการต่างๆ ศูนย์พัฒนากิจกรรมภาคพลเมืองปราจีนบุรี และ มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนงานด้านสาธารณสุข สิ่งแวดล้อม และการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพในชุมชน เป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อม มีส่วนร่วมในการเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาความต้องการของประชาชนในระดับท้องถิ่นเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมตามรายงานการประชุมของจังหวัดปราจีนบุรี  เป็นผู้ประสานงานโครงการภาคพลเมือง: ขับเคลื่อนมิติทางนโยบายที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและวิถีชีวิตคนในท้องถิ่น ผ่านศูนย์พัฒนากิจกรรมภาคพลเมืองจังหวัดปราจีนบุรี   เป็นนักจัดการสิ่งแวดล้อมและน้ำโดยนางบุษบงก์ ชาวกัณหา เคยร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับการจัดการน้ำและปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.กบินทร์บุรี อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี เป็นนักวิจัยประเมินผลโครงการ สสส.มหาวิทยาลัยบูรพา เป็นอดีตอนุกรรมาธิการทรัพยากรน้ำวุฒิสภา และเป็นที่ปรึกษา สว.

ด้านทาง Mr. Juncheng Zhu (จู จวินเฉิง) เคยได้รับการแต่งตั้งเป็น ที่ปรึกษาผู้ว่าฯปราจีนฯ จากกรณี นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี แต่งตั้งชายชาวจีนเป็นที่ปรึกษา ก่อนมีคำสั่งฟ้าผ่ายกเลิกคำสั่งแต่งตั้งทันทีนั้น

ชายชาวจีน Mr.Juncheng Zhu (จู จวินเฉิง) เคยเข้าอบรมในหลักสูตรผู้บริหารหลักสูตรหนึ่ง โดยมีชื่อและรูปแนะนำตัวว่ามาจาก บริษัท ปราจีน ลาเท็กซ์ จำกัด (แต่ไม่ได้บอกว่าตำแหน่งอะไร)

 เว็บไซต์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า แจ้งว่า บริษัทดังกล่าวมีการเปลี่ยนชื่อนิติบุคคลมาแล้ว 3 ครั้ง ครั้งแรกจดทะเบียน 24 กรกฎาคม 2558 ในชื่อ “ตี้ไท้ รับเบอร์ จำกัด” / ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็น ”ปราจีน ลาเท็กซ์ จำกัด “ เมื่อ 21 มกราคม 2561 / และปัจจุบันเปลี่ยนเป็น “ฮอตเชน เทคโนโลยี จำกัด” เมื่อ 29 กุมภาพันธ์ 2567

ซึ่งปัจจุบันประกอบธุรกิจประเภทการผลิตและจำหน่วยชุดเครื่องนอนเพื่อสุขภาพที่ทำจากยางพาราทุกชนิด ทุนจดทะเบียนสูงถึง 125 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่เลขที่ 612/19 หมู่ที่ 9 ต.หนองกี่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี   ซึ่งเมื่อมาดูรายชื่อกรรมการบริษัทฮอตเชน เทคโนโลยี จำกัด คือ นางสาว ”จิ้ง เหวิน“ โดยไม่ปรากฏชื่อ Mr.Juncheng Zhu (จู จวินเฉิง) เป็นกรรมการบริษัท

ส่วน ประวัติของ Mr.Juncheng Zhu (จู จวินเฉิง) - นายจู จวินเฉิง อายุ 37 ปี จบการศึกษา Central South Uhiversity Of Human (คณะวิศวกรรมศาสตร์) เมื่อปี 2016 มีการลงทุนและก่อสร้าง บริษัท ปราจีน ลาเท็กซ์ จำกัด ได้มีการเริ่มประกอบกิจการ ผลิตและจำหน่าย หมอน,ที่นอน,ชุดชั้นใน ยางพารา วัตถุดิบน้ำยาง ได้มีการนำสินค้าจัดส่งออกไปยังประเทศจีน ประกอบกิจการมาเป็นระยะเวลา 8 ปี    จนถึงปี 2024 มีการเปลี่ยนชื่อบริษัทจาก บริษัท ปราจีน ลาเท็ก จำกัด เป็น บริษัท ฮอตเชน เทคโนโลยี จำกัด จนถึงปัจจุบัน และนายจู จวินเฉิง ยังเคยเป็นสจ.อยู่เมืองหูหนานด้วย   นอกจากนี้ยังพบว่า นายจู จวินเฉิง เคยเรียนหลักสูตรหลักสูตร THE MASTER “นักบริหารยุทธศาสตร์ธุรกิจเชิงบวก”ของสถาบันISAB อีกด้วย

สำหรับ Mr.Juncheng Zhu (จู จวินเฉิง) - นายจู จวินเฉิง มีคำสั่งจังหวัดปราจีนบุรี ที่๑๔/๕๖๔ เรื่อง ยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งที่ปรึกษาผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ตามคำสั่งจังหวัดปราจีนบุรี ที่๑๓๒๙/๕๖๘ ลงวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๖๘ เรื่อง แต่งตั้งที่ปรึกษาผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี โดยแต่งตั้งชาวต่างชาติร่วมเป็นที่ปรึกษาผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี นั้น พบว่ามีความไม่เหมาะสม อันอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการได้ จึงยกเลิกคำสั่งดังกล่าว ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ด้าน รองอุ๊ - กฤษฎิ์ กษมพันธุ์ นายก อบจ.ปราจีนบุรี ชนะการเลือกตั้งนายก อบจ.ปราจีนบุรี เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2569 แทน สจ.จอย - ณภาภัช อัญชสาณิชมน ภรรยา สจ.โต้ง ที่ถูกสั่งให้พ้นจากสมาชิกภาพ จากกรณีถือหุ้นสื่อ และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรอง ผลการเลือกตั้ง เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569ที่ผ่านมา

ประวัติส่วนตัว นายกฤษฎิ์ กษมพันธุ์ ชื่อเล่น อุ๊ หรือ รองอุ๊ อายุ 51 ปี “รองอุ๊” อดีตมือทำงาน นายสุนทร วิลาวัลย์ หรือ “โกทร” อดีต รมช.สาธารณสุข และอดีตนายก อบจ.ปราจีนบุรี

การศึกษาเตรียมทหารรุ่นที่ 35 และ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่น 51 (นรต.51) โดยสหายร่วมรบมักเรียกว่า “ผู้กองอุ๊” รองอุ๊ สมัยเรียนโรงเรียนนายร้อยตำรวจ การทำงานและเส้นทางการเมืองท้องถิ่น ก่อนจะได้รับเลือกตั้งเป็น นายก อบจ.ปราจีนบุรี กฤษฎิ์ กษมพันธุ์ เคยดำรงตำแหน่ง รองนายก อบจ.ปราจีนบุรี สมัย สุนทร วิลาวัลย์ หรือโกทร เป็น นายก อบจ.ปราจีนบุรี ทำให้ชาวบ้านรู้จัก กฤษฎิ์ ในชื่อ รองอุ๊

โดย... มานิตย์ สนับบุญ  / ปราจีนบุรี ###