ปราจีนบุรีส่งมอบภาพพระบรมสาทิสลักษณ์โครงการสตรีทอาร์ต "ด้วยรักและภักดี 4 มหาราชัน"

ปราจีนบุรีส่งมอบภาพพระบรมสาทิสลักษณ์โครงการสตรีทอาร์ต "ด้วยรักและภักดี 4 มหาราชัน"





Image
ad1

ช่วงเย็นจรดค่ำวันที่ 28 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี ณ อาคารเด่นฟ้า ใกล้4แยกปราจีนบุรีเก่า ถ.เทศบาลดำริ ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี นางบังอร วิลาวัลย์ ประธานสภาวัฒนธรรม จ.ปราจีนบุรีนายอัคนิษร พีชผล นายกสมาคมการท่องเที่ยว จ.ปราจีนบุรี นางกนกวรรณ  วิลาวัลย์อดีต รมข.ศึกษาธิการ,นายอำนาจ  วิลาวัลย์ สส.ปราจีนบุรี แพทย์หญิงวลีรัตน์ ไกรโกศล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร

นายชวัส จำปาแสน ประธานมูลนิธิสานต่อที่พ่อทำและประธานโครงการสตรีทอาร์ตคิงภูมิพล อาจารย์อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ ผู้สร้างแรงบันดาลใจให้ครูอะไหลรึเริ่มโครงการสตรีทอาร์ต คิง ภูมิพล  เป็นประธานผู้ส่งมอบผลงาน พระบรมสาทิสลักษณ์ขนาดใหญ่ ภายใต้โครงการ “สตรีทอาร์ตคิงภูมิพล” จังหวัดปราจีนบุรี "ด้วยรักและภักดี 4 มหาราชัน"

ประกอบด้วยบูรพกษัตริย์มหาราชสี่พระองค์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช สมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ ฯ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมหาราช สมเด็จพระบรมชนิกาธิเบศร์ มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มหาราช และเจ้าพระยาอภัยภูเบศร(ชุ่ม อภัยวงศ์)

สมเด็จพระนเรศวรมหาราชเกี่ยวข้องกับจังหวัดปราจีนบุรี โดยเป็นเส้นทางเดินทัพสำคัญในการไปปราบเมืองละแวก (กัมพูชา) เมื่อ พ.ศ. 2132 และได้หยุดพักกองทัพ ณ บริเวณเนินหอม ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของ ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (สี่แยกเนินหอม) ต.บ้านพระ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานและให้ประชาชนสักการะ ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (สี่แยกเนินหอม): สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงพระองค์ที่เคยเสด็จมาหยุดพักทัพบริเวณนี้ระหว่างทำศึกปราบเมืองละแวก    ภายในศาลประดิษฐานพระบรมรูปของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

ทั้งในท่าประทับยืน และท่าทรงหลั่งน้ำทักษิโณทกประกาศอิสรภาพ  ประชาชนนิยมนำรูปปั้นไก่ชนมาถวาย เพื่อขอพรและรำลึกถึงพระปรีชาสามารถของพระองค์  ในวันยุทธหัตถี จังหวัดปราจีนบุรีมีการจัดงานน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ณ ศาลแห่งนี้เป็นประจำทุกปี (18 มกราคม)

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงเกี่ยวข้องกับจังหวัดปราจีนบุรีในฐานะเส้นทางเดินทัพสำคัญช่วงกอบกู้เอกราช (พ.ศ. 2309) โดยทรงยกทัพจากอยุธยาผ่านด่านกบแจะ (อ.ประจันตคาม) และพักทัพ ณ บริเวณวัดต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิ์ (อ.ศรีมโหสถ   ซึ่ง ที่บริเวณดงศรีมหาโพธิ์ ทัพทหารพม่าที่ตามสอดแนมมาได้ปะทะกับกองทัพของพระเจ้าตากสิน

ซึ่งพระองค์ทรงได้รับชัยชนะเป็นครั้งแรกก่อนเคลื่อนทัพต่อไปยังฉะเชิงเทราและจันทบุรี จังหวัดปราจีนบุรีได้สร้างอนุสรณ์สถานและจัดพิธีถวายราชสักการะ ณ บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วัดบางคาง อ.เมืองปราจีนบุรี ในวันที่ 28 ธันวาคมของทุกปี

สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) เสด็จประพาสเมืองปราจีนบุรี 2 ครั้ง (พ.ศ. 2415 และ 2451) ทรงจารึกพระปรมาภิไธย “จปร 41/127” บนแผ่นศิลาแลง ณ โบราณสถานลายพระหัตถ์ ซึ่งชาวเมืองได้สร้างมณฑปครอบไว้ เรียกว่า "อนุสาวรีย์ลายพระหัตถ์" ที่อำเภอศรีมหาโพธิ ณ โบราณสถานดงศรีมหาโพธิ์ ทรงพระราชทานสิ่งของแก่ วัดบางแตน วัดบางแตน อำเภอบ้านสร้าง

พระราชทานเรือบิณฑบาตและปิ่นโตแก่ภิกษุ ชาวบ้านจึงสร้าง "พลับพลารับเสด็จ" และพระบรมราชานุสรณ์เพื่อรำลึก  และ วัดบางกระเบา พระราชทาน "เรือเก๋งจีน" ให้หลวงพ่อจาด คงฺคสโร ใช้ในการเดินทางเผยแผ่พระธรรมและทรงพัฒนาปราจีนบุรีให้เป็นศูนย์กลางการปกครองมณฑลเทศาภิบาล  การศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น   มีการจัด "งานเฉลิมฉลองลายพระหัตถ์ อำเภอศรีมหาโพธิ" เป็นประจำทุกปี เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

สมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ทรงมีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่สำคัญในจังหวัดปราจีนบุรี โดยเฉพาะ อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา (โครงการห้วยโสมง) เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม-ภัยแล้ง และพระราชทานแนวทางพัฒนาพื้นที่ป่าไม้-เกษตรกรรม เพื่อยกระดับชีวิตราษฎรในพื้นที่ จังหวัดปราจีนบุรีจัดกิจกรรมวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม อย่างต่อเนื่อง เพื่อสืบสานพระราชปณิธาน

เจ้าพระยาอภัยภูเบศร (ชุ่ม อภัยวงศ์) เป็นผู้อพยพจากพระตะบองมาตั้งรกรากในจังหวัดปราจีนบุรีเมื่อปี พ.ศ. 2450   ท่านอพยพมาตั้งรกรากที่ปราจีนบุรีหลังเสียมณฑลบูรพาให้ฝรั่งเศส  โดยเป็นผู้สร้าง "ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร" ที่สวยงาม เพื่อเป็นที่ประทับรับเสด็จรัชกาลที่ 5 และบูรณปฏิสังขรณ์วัดแก้วพิจิตร ซึ่งเป็นวัดประจำตระกูล "อภัยวงศ์" ในปราจีนบุรี

โดยจังหวัดปราจีนบุรีนับเป็นจังหวัดลำดับที่ 27 ของประเทศ ที่ได้ร่วมถ่ายทอดพระอัจฉริยภาพและพระมหากรุณาธิคุณ ผ่านงานศิลปะสตรีทอาร์ตสู่สายตาประชาชน ณ อาคารเด่นฟ้า ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองปราจีนบุรี

สำหรับผลงานสตรีทอาร์ต ณ อาคารเด่นฟ้าแห่งนี้ ได้รับการรังสรรค์อย่างวิจิตร งดงาม และโดดเด่น ด้วยเทคนิคศิลปะร่วมสมัยที่ผสานเรื่องราวทางประวัติศาสตร์อย่างลึกซึ้ง สะท้อนถึงพระราชกรณียกิจอันยิ่งใหญ่ และพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ไทย ที่ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนอย่างแท้จริง

การดำเนินโครงการในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการสร้างแลนด์มาร์กใหม่ของจังหวัดปราจีนบุรี หากยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ และปลูกฝังจิตสำนึกแห่งความรักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ให้แก่ประชาชนและเยาวชนอย่างยั่งยืน

โดย...มานิตย์  สนับบุญ -ข่าว /ณัฐนันท์ – ภาพ / ปราจีนบุรี ###