ทหารระดมพล ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพายุฤดูร้อน เร่งรื้อ -ซ่อมบ้าน ขณะที่ อบต.แม่สา เปิดโรงครัว รับบริจาคเครื่องนอนและเสื้อผ้า

พลตรีบุญญฤทธิ์ เกษตรเวทิน ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 38 พร้อมด้วย พันเอกทศพล ผ่องศรีสุข รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดน่าน ระดมกำลังจิตอาสา 904 และจิตอาสาพระราชทาน พร้อมกำลังหน่วยทหารในพื้นที่ ลงพื้นที่ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สา เข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ตำบลแม่สา อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ภายหลังเกิดพายุเมื่อช่วงเย็นวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 ส่งผลให้บ้านเรือน วัด และโรงเรียนได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก

กำลังพลทหารได้เร่งดำเนินการเก็บกวาดซากบ้านเรือน เศษวัสดุ และกิ่งไม้ที่หักโค่นออกจากพื้นที่บ้านเรือนของประชาชน รวมถึงบริเวณวัดฝายเหนือ บ้านเอิน หมู่5 และบ้านวังยาว หมู่7 ต.แม่สา อ.เวียงสา จ.น่าน เพื่อฟื้นฟูสภาพพื้นที่ให้กลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็ว เบื้องต้นหน่วยทหารได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมประสานการฟื้นฟูพื้นที่ในระยะต่อไป

นายเฉลิม หมื่นไชยะ ผู้ใหญ่บ้านวังยาว เปิดเผยว่า ตลอดทั้งวัน แกนนำชุมชนและชาวบ้าน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ของ อบต.แม่สา ร่วมกันสำรวจความเสียหาย และประสานขอความช่วยเหลือ แต่ความเสียหายเป็นวงกว้าง และยังต้องกังวลเรื่องสภาพอากาศที่จะมีฝนตกลงมาได้อีก ขณะที่หลายครอบครัวขาดแคลนเครื่องนอนและเสื้อผ้าที่เปียกน้ำฝน ต้องการขอบริจาค ที่นอน หมอนมุ้ง ผ้าห่มและเสื้อผ้า เพื่อจะนำมาแบ่งปันช่วยเหลือเฉพาะหน้าให้กับชาวบ้านที่ประสบภัย


ทางด้าน นายธนสรรค์ พิมสาร นายก อบต.แม่สา ได้ใช้พื้นที่อาคารภายในโรงเรียนแม่สา เป็นสถานที่พักพิงชั่วคราว และตั้งโรงครัวประกอบอาหารให้กับชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ และเร่งวางแผนการช่วยเหลือให้กับผู้ที่ประสบภัย
สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน ได้สรุปเหตุวาตภัยในพื้นที่อำเภอเวียงสา ส่งผลกระทบให้บ้านเรือนและทรัพย์สินของประชาชนได้รับความเสียหายรวม 5 ตำบล คือ ตำบลแม่สา ตำบลน้ำมวบ ตำบลน้ำปั้ว ตำบลส้านนาหนองใหม่ และตำบลอ่ายนาไลย รวม 8 หมู่บ้าน จำนวนทั้งสิ้น 151 หลังคาเรือน
ทางด้านนายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน สั่งการให้นายอำเภอเวียงสา เร่งช่วยเหลือประชาชน 151 หลังคาเรือน และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจความเสียหายโดยละเอียด เพื่อจัดสรรงบประมาณและวัสดุซ่อมแซมให้ความช่วยเหลือตามระเบียบของทางราชการต่อไป


