ทลายแก๊งเครือข่าย "แบงค์ สงขลา" คาบ้านหรูปทุมธานี ยึดยาบ้าล้านเม็ด

ตำรวจภูธรภาค 1 สนองนโยบายเข้ม "อนุทิน" บุกรวบเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ "แบงค์ สงขลา" คาหมู่บ้านดังย่านเมืองปทุมฯ พบพฤติการณ์สุดแสบ ใช้ภาคกลางเป็นจุดพักยา ก่อนแพ็กใส่กล่องพัสดุอำพรางขนส่งเอกชนส่งลงภาคใต้ ยึดของกลางยาบ้ากว่า 1 ล้านเม็ด มูลค่าสูงถึง 250 ล้านบาท

ภายใต้การอำนวยการของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ได้วางมาตรการเชิงรุกในการกวาดล้างยาเสพติดและอาชญากรรมที่บ่อนทำลายความมั่นคง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. จึงได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดยกระดับการปฏิบัติการอย่างเข้มข้น

โดยล่าสุด พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 พร้อมด้วยทีมบริหารตำรวจภูธรภาค 1 และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง นำโดย นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ที่สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจและสังคมอย่างมหาศาล

ปฏิบัติการครั้งนี้เริ่มขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการป้องกันปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรภาค 1 ชุดที่ 2 นำโดย พ.ต.อ.ไกรสร ศรีอำพร ผกก.สส.ภ.จว.สระบุรี ได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยข่าวกรองทางทหาร และ บช.ปส. หลังสืบทราบว่ามีกลุ่มค้ายาเสพติดจากพื้นที่ภาคใต้ ลักลอบมาเช่าบ้านในพื้นที่ภาคกลางเพื่อใช้เป็นฐานที่มั่นในการพักและกระจายยาเสพติด

จากการเฝ้าติดตามพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด จนกระทั่งช่วงบ่ายของวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ได้นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพักภายใน หมู่บ้านพฤกษาวิลล์ ม.2 ต.หลักหก อ.เมืองปทุมธานี จว.ปทุมธานี สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 3 ราย ประกอบด้วย ดังนี้

1.นายอำนาจ หรือแบงค์ อายุ 36 ปี (ชาว อ.รัตภูมิ จว.สงขลา)
2.นายศรายุธ หรือต้อม อายุ 35 ปี (ชาว อ.ปากพนัง จว.นครศรีธรรมราช)
3.นางสาวสุปรียา หรือเฟีย อายุ 24 ปี (ชาว อ.สิงหนคร จว.สงขลา)

จากการตรวจค้นภายในบ้านและ รถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ฟรีด สีเทา พบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวนรวมประมาณ 1,058,000 เม็ด ซึ่งถูกบรรจุลงในกล่องพัสดุจำนวน 12 กล่องอย่างมิดชิด นอกจากนี้ยังตรวจยึดรถยนต์ที่ใช้ในการกระทำความผิดรวม 3 คัน และโทรศัพท์มือถืออีก 3 เครื่อง

พฤติการณ์ที่น่าสนใจกลุ่มผู้ต้องหาจะนำยาเสพติดที่พักไว้มาทำการบรรจุใส่กล่องพัสดุขนาดต่าง ๆ เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่และอำพรางไปกับสินค้าทั่วไป จากนั้นจะใช้บริการขนส่งเอกชนรายใหญ่เพื่อลำเลียงยาเสพติดเหล่านี้ลงสู่พื้นที่ภาคใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ปลายทางหลักของเครือข่ายนี้

เจ้าหน้าที่ยังระบุว่า หากยาเสพติดล็อตนี้หลุดรอดไปถึงมือผู้บริโภค จะมีมูลค่าในท้องตลาดไม่ต่ำกว่า 250,000,000 บาท ซึ่งส่งผลกระทบต่อสังคมอย่างรุนแรง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมยืนยันว่าจะไม่หยุดเพียงแค่การจับกุมผู้ขนลำเลียง แต่จะดำเนินการขยายผลถึง ผู้สั่งการเหนือเรือนจำหรือนอกประเทศ: เพื่อขุดรากถอนโคนเครือข่าย "แบงค์ สงขลา" ส่วนมาตรการทางกฎหมายขั้นสูงสุด ดำเนินคดีในข้อหาสมคบ สนับสนุน และฟอกเงิน แและตรวจสอบเส้นทางการเงินและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อตัดวงจรวงจรยาเสพติดอย่างถาวร

