ยุทธการ "เปิดทางน้ำ 69" ระดมโดรน-เรือขุดทะลวงผักตบชวาแม่น้ำปราจีนบุรีรับมือน้ำหลาก

ปราจีนบุรี – จังหวัดปราจีนบุรียกระดับมาตรการบริหารจัดการน้ำ สั่งลุยกำจัดผักตบชวาหนาแน่นในแม่น้ำปราจีนบุรีพื้นที่ 2 อำเภอหลัก "เมือง-บ้านสร้าง" นำเทคโนโลยีโดรนพ่นยาและเรือตัดสับนวัตกรรมใหม่เคลียร์พื้นที่กว่า 4 กม. พร้อมวางแนวเชือกสกัดแพวัชพืช เร่งพร่องน้ำรองรับฤดูฝนปี 69 หวังลดความเสี่ยงอุทกภัยลุ่มต่ำ
เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี ว่าที่ร้อยตรี ทนงศักดิ์ สุวรรณเตมีย์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปราจีนบุรี (หน.ปภ.จ.ปราจีนบุรี) ในฐานะเลขานุการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปราจีนบุรี (กอ.ปภ.จ.ปราจีนบุรี) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและการแก้ไขปัญหาผักตบชวากีดขวางทางน้ำในแม่น้ำปราจีนบุรี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในเขตอำเภอเมืองปราจีนบุรี และอำเภอบ้านสร้าง ซึ่งปัจจุบันพบว่ามีวัชพืชสะสมหนาแน่น

การดำเนินการดังกล่าวอยู่ภายใต้การอำนวยการของ นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ในฐานะผู้อำนวยการจังหวัด ซึ่งได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเริ่มปฏิบัติการตั้งแต่วันที่ 5 พ.ค. 69 ที่ผ่านมา เพื่อรองรับสถานการณ์อุทกภัยในช่วงฤดูฝนปี 2569 โดยมีจุดปฏิบัติการสำคัญ 2 จุดหลัก ดังนี้

พื้นที่อำเภอบ้านสร้าง: นายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอ นายอำเภอบ้านสร้าง พร้อมด้วย นายโชคชัย เสนาะเกียรติ ผอ.โครงการชลประทานปราจีนบุรี และผู้นำท้องถิ่น ลงพื้นที่บ้านหัวไผ่ ต.บางพลวง เพื่อวางแนวเชือกกั้นแม่น้ำสกัดผักตบชวา พร้อมสนับสนุนรถแบคโฮแขนยาวขุดลอกวัชพืชขึ้นสู่พื้นที่พักดินขนาด 5 ไร่ เบื้องต้นตักขึ้นได้แล้วกว่า 25 ลบ.ม. และมีการติดตั้งทุ่นดักผักตบชวา (Log Boom) เพื่อสกัดไม่ให้วัชพืชไหลลงสู่แม่น้ำบางปะกง

พื้นที่อำเภอเมืองปราจีนบุรี: มีการนำนวัตกรรมสมัยใหม่จากบริษัท ดีวานิชย์ จำกัด โดยใช้โดรนเพื่อการเกษตรจำนวน 2 เครื่อง บินฉีดพ่นสารกำจัดวัชพืช พร้อมส่งเรือตัดสับผักตบชวาเข้าดำเนินการตั้งแต่บริเวณสะพานวัดโบสถ์ ต.วัดโบสถ์ ไปจนถึงวัดมะกอกสีมาราม ต.รอบเมือง รวมระยะทางตามลำน้ำยาวกว่า 4.1 กิโลเมตร

สำหรับปี 2569 นี้ จังหวัดปราจีนบุรีได้ประกาศแผนปฏิบัติการ "เปิดทางน้ำ" (Kick-off 2569) เน้นการบูรณาการเครื่องจักรหนักจาก อบจ.ปราจีนบุรี และกรมโยธาธิการฯ เข้าจัดการ "จุดวิกฤต" โดยเฉพาะเขตเทศบาลเมืองที่มักมีวัชพืชติดค้างตามตอหม้อสะพานและโบราณสถานสำคัญ รวมถึงการนำระบบดาวเทียมและโดรนมาสำรวจจุดพิกัดความหนาแน่น (Hotspots) เพื่อส่งทีมเข้าจัดการได้ทันทีอย่างแม่นยำ

นอกจากมาตรการกำจัดแล้ว ยังได้กำหนดจุดพักผักตบชวาริมตลิ่งที่ชัดเจน เพื่อนำไปทำปุ๋ยอินทรีย์แจกจ่ายเกษตรกร และสนับสนุนกลุ่มแม่บ้านในอำเภอบ้านสร้างให้นำก้านผักตบชวาคุณภาพดีมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์จักสานดีไซน์ใหม่ สร้างรายได้เสริมให้แก่ชุมชนอีกทางหนึ่งด้วย

ทั้งนี้ กอ.ปภ.จ.ปราจีนบุรี ได้สั่งการให้เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดในช่วงน้ำเหนือหลาก (พฤษภาคม-ตุลาคม) โดยเน้นหลักการ "กำจัดก่อนสะสม" เพื่อให้แม่น้ำปราจีนบุรีมีประสิทธิภาพการระบายน้ำสูงสุด ป้องกันปัญหาแพวัชพืชปิดตายทางน้ำที่อาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่เศรษฐกิจและเกษตรกรรมเหมือนเช่นปีที่ผ่านมา

โดย..มานิตย์ สนับบุญ -/ณัฐนันท์ /ปราจีนบุรี ###


