คนปราจีนฯ ไม่ทนความตายผ่อนส่ง! บุก สกพอ.-ทำเนียบฯ ประกาศกร้าวค้าน EEC ลั่น ‘อย่าหยามคนครึ่งแสน’

ปราจีนบุรี – เดือดระอุ! ปราจีนฯ ลุกฮือ! บุกกรุงปิดสวิตช์ EEC จังหวัดที่ 4 ลั่นแรง ‘กูไม่เอาถังขยะโลก’ แฉปาหี่ไม่ฟังเสียงชาวบ้านส่อโมฆะ ทุนจีนเทาฮุบแผ่นดิน-กากพิษแคดเมียมพ่นไฟ รัฐแกล้งตาบอดปล่อยวิถีชุมชนพังพินาศ!
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 23 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนผู้รักบ้านเกิดในนาม … “เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง” … กว่า 100 ชีวิต นำโดย นายสุนทร คมคาย หรือ "เกษตรแหลม" แม่ทัพใหญ่ ทสม. อำเภอกบินทร์บุรี และ นางระตะนะ ศรีวรกุล แกนนำหญิงแกร่งกลุ่มเกษตรอินทรีย์จังหวัดปราจีนบุรี ผนึกกำลังบุกกรุงสู้ยิบตา! ตบเท้าเข้ายื่นแถลงการณ์ด่วนที่สุด ณ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เขตบางรัก เพื่อเด็ดปีกมติบอร์ด กพอ. ที่คิดจะลากปราจีนบุรีไปเป็น “พื้นที่ EEC จังหวัดที่ 4” ตบหน้าคนในพื้นที่ที่คัดค้านมาตลอด

เท่านั้นยังไม่สาแก่ใจ! เวลา 13.00 น. ม็อบปราจีนฯ เคลื่อนพลชุดใหญ่ไปปักหลักปิดล้อมหน้าทำเนียบรัฐบาล จับมือแท็กทีมกับ "ม็อบแลนด์บริดจ์ภาคใต้" รวมพลังส่งเสียงขับไล่นโยบายทุนนิยมสุดขอบ รอดูหน้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าจะเลือกอุ้มกลุ่มทุนหรืออุ้มหัวอกประชาชน!

… “นี่คือการพัฒนาที่ไร้หัวใจ ไม่ฟังเสียงชาวบ้านแท้จริง และกำลังยัดเยียดความตายผ่อนส่งให้คนปราจีนฯ!” แกนนำเครือข่ายฯ ลั่นวาจาสุดเดือด …

ปฏิบัติการขุดรากถอนโคนนโยบายรัฐครั้งนี้ นายสุนทร คมคาย หรือ "เกษตรแหลม" แม่ทัพใหญ่ ทสม. อำเภอกบินทร์บุรี และ แกนนำเครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง ได้เปิดโปงความลวงโลกของภาครัฐด้วยสีหน้าเคร่งเครียด โดยแฉยับว่า ... รายงานการศึกษาความเหมาะสมฉบับนี้เข้าข่าย "ปาหี่ครั้งมโหฬาร" เพราะจังหวัดปราจีนบุรีมีประชากรที่ได้รับผลกระทบตาดำ ๆ กว่า 500,000 คน แต่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นกลับลักไก่ เอาเสียงคนแค่ 1,000 คนเศษมาอ้างชี้ชะตาคนทั้งจังหวัด!

แถมยังใช้เวลาศึกษาแบบลวก ๆ เพียงไม่กี่เดือน และ ที่น่าเกลียดที่สุดคือ "จงใจตัดเรื่องมลพิษกากขยะอุตสาหกรรม" ออกไปจากรายงาน ทั้งที่เป็นปัญหาที่ชาวบ้านกรีดร้องมาตลอด 30 ปี!
“ความไม่สมบูรณ์ของเอกสารและกระบวนการปาหี่แบบนี้ ผมถือว่ามันต้องเป็นโมฆะ! อย่าเอาความบกพร่องไร้ความชอบธรรมนี้มาอ้างเพื่อฮุบเมืองปราจีนฯ เด็ดขาด!” เกษตรแหลมตอกย้ำอย่างดุดัน

พร้อมเปิด 5 แผลฉกรรจ์ ตีแผ่ความจริง ราคาที่คนปราจีนฯ ต้องจ่ายเพื่อเซ่นอุตสาหกรรม
1. ขยี้อู่ข้าวอู่น้ำ-ระเบิดป่ามรดกโลก ปราจีนบุรีคือดินแดนทองคำของเกษตรอินทรีย์และป่าต้นน้ำผืนสุดท้ายติดเขาใหญ่-ทับลาน แต่ EEC กำลังจะบีบให้สร้างเขื่อนในป่ามรดกโลก เพื่อผันน้ำไปป้อนโรงงานอุตสาหกรรม!
2. ผังเมืองวิบัติ-ขยะพิษท่วมแผ่นดิน นับตั้งแต่คำสั่ง คสช. ที่ 4/2559 เปิดทางสะดวกให้โรงงานขยะและโรงหลอมตั้งได้ทุกสีผังเมือง ปราจีนบุรีก็ถูกยัดเยียดให้กลายเป็น "หลังบ้าน EEC" คอยดมกลิ่นสิ่งปฏิกูลสารพัด

3. ศึกษาสุกเอาเผากิน เมินหัวอกชาวบ้าน รัฐไม่เคยสนใจผลกระทบระยะยาวของคนทั้งจังหวัด นึกจะทำก็ทำในเวลาไม่กี่เดือน
4. กฎหมายอุ้มทุนหนา-ฆ่าสิทธิชุมชน พ.ร.บ.EEC เขียนมาเพื่อเสิร์ฟความรวยให้ทุนใหญ่ แต่โยนเศษมลพิษให้สิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อม
5. ชาวบ้านสิ้นเนื้อประดาตัว-วิถีชุมชนสูญหาย ทุนใหญ่เตรียมหลั่งไหลเข้ามากว้านซื้อที่ดินเก็งกำไร ไล่ที่ทำกิน จนคนท้องถิ่นและวิถีชีวิตดั้งเดิมต้องสูญพันธุ์!

และ ล่าสุด เมื่อเร็ว ๆนี้ จากรายงานเจาะลึกผลกรณีศึกษา ... “ปราจีนบุรี : เมืองหลังบ้าน EEC” … โดยความร่วมมือของกูรูระดับประเทศอย่าง ดร.สมนึก จงมีวศิน (EEC Watch) และ คุณพรพนา ก๊วยเจริญ (Land Watch Thai) ได้เปิดหลักฐานชิ้นสำคัญระบุชัดว่า พื้นที่ อ.ศรีมหาโพธิ และ อ.กบินทร์บุรี กำลังเผชิญกับ “ความรุนแรงเชิงโครงสร้าง” กลายเป็นแดนมิคสัญญีที่รองรับโรงงานนรกประเภทลำดับที่ 101, 105 และ 106 (รีไซเคิลและคัดแยกขยะ) ยิ่งหลังจากปี 2561 ที่จีนประกาศแบนขยะ กากพิษมหาศาลจากทั่วโลกก็ทะลักเข้าปราจีนบุรี โดยมีกลุ่มทุนจีนสีเทาหนุนหลังฝังรากลึก!

โดยได้ เปิด 3 อุทาหรณ์เจ็บปวด...ที่รัฐแกล้งตาบอด! อาทิ
• ไฟไหม้บ่อขยะพิษวินาศสันตะโร บ่อฝังกลบของ บ.เวสต์ 2 เอ็นเนอร์ยี่ฯ ฝ่าฝืนกฎหมายสิ้นดี แอบทำระบบบำบัดน้ำเสียเถื่อน เทกองกากพิษประจานฟ้าดินกลางแจ้ง!
• กากแคดเมียมมรณะลักลอบขนส่ง สารก่อมะเร็งร้ายแรงขนส่งสายตรงโยงใยมาโผล่นิคมอุตสาหกรรมบ่อทอง
• วิกฤตซีเซียม-137 เขย่าโลก ทำลายความเชื่อมั่นเกษตรกรรมพังพินาศ ชาวบ้านต้องควักเงินตัวเองตรวจสารตกค้างซ้ำเติมความยากจน แถมผู้ประกอบการบางรายยังใจกล้าท้าทายอำนาจรัฐ "ขุดคูน้ำกั้นหน้าโรงงาน" ไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ!

เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง ประกาศกร้าวทิ้งท้าย เพื่อกระตุกจิตสำนึกรัฐบาล บ้าแต่ตัวเลขเศรษฐกิจจนลืมหัวอกคนว่า “การพัฒนาที่แท้จริงต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ไม่ใช่เอาทรัพยากรธรรมชาติและชีวิตของประชาชนไปสังเวยเพื่อผลประโยชน์ของทุนหน้าเลือดเพียงบางส่วน!”
ในขณะที่ภาครัฐยังคงหลับหูหลับตาอ้างตำราเดิมว่า EEC และแลนด์บริดจ์คือหัวเจาะเศรษฐกิจชาติ โดยไม่สนเลยว่าเสียงร่ำไห้ของชาวบ้านและธรรมชาติกำลังจะเปลี่ยนเมืองเกษตรกรรมที่สวยงามให้กลายเป็น “ถังขยะโลก” ที่ไม่มีวันฟื้นคืน! นายสุนทรกล่าว

### มานิตย์ สนับบุญ 081 -5583238 / ปราจีนบุรี 23062569- ###

