นครแม่สอดเล็งเสนอใช้รถบัสไฟฟ้า NEXT นำร่องบริการรับ-ส่งนักเรียนสังกัด อปท.ยกระดับระบบขนส่งสู่เมือง Smart City

"นายกเบิ้ม" นำ คณะสื่อมวลชน ร่วม ทดสอบสมรรถภาพ รถบัสไฟฟ้า NEXT เสนอใช้เป็นรถโดยสารรับ-ส่ง นักเรียน ของ อปท. ยกระดับระบบขนส่งฐานะพลังงานสะอาดและการให้บริการสู่เมือง Smart City
เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569.นายกุล เครือวีระ “นายกเบิ้ม” นายกเทศมนตรีนครแม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก พร้อมคณะผู้บริหารเทศบาลนครแม่สอดสมาชิกสภาเทศบาล(สท.)นครแม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก นำคณะนักข่าว สื่อมวลชน ร่วม ทดสอบสมรรถภาพ รถบัสไฟฟ้า NEXT เพื่อเสนอใช้เป็นรถโดยสารรับ-ส่ง นักเรียน ของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โดยผู้บริหาร อปท.ในพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ได้เชิญบริษัท รถบัสไฟฟ้า NEXT นำรถบัสมาทดสอบ สมรรถภาพ โดยทดลองวิ่งรอบในเขตเทศบาลนครแม่สอด และในท้องถิ่นใก้ลเคียง เพื่อจะ ให้ เป็นรถรับส่งนักเรียน ของโรงเรียนสังกัด อปท. เพื่อจะดูสมรรถนะ ประสิทธิภาพของรถและ ดำเนินการ จัดหาจัดทำงบประมาณประสานงานกับส่วนกลาง...เพื่อดำเนินการยกระดับระบบขนส่งฐานะพลังงานสะอาดและการให้บริการสู่เมือง Smart City
รายงานข่าวแจ้งว่า โครงการรถโดยสารพลังงานไฟฟ้า (EV Bus) เพื่อยกระดับระบบขนส่งสาธารณะพลังงานสะอาด การให้บริการนักเรียนและประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ

สืบเนื่องมาจากเทศบาลนครแม่สอดเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว และการคมนาคมที่สำคัญของจังหวัดตาก มีการขยายตัวของชุมชนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความต้องการเดินทางภายในเขตเมือง เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่การพึ่งพารถยนต์ส่วนบุคคลและรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลก่อให้เกิดปัญหาการจราจร มลพิษ และการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมของ เทศบาลนครแม่สอด จึงมีความจำเป็นต้องผลักดันโครงการ รถโดยสารพลังงานไฟฟ้า พัฒนาระบบขนส่งสาธารณะให้มีความทันสมัย สะดวก ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดมลพิษทางอากาศ ลดการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล และเป็นทางเลือกในการเดินทาง
โครงการดังกล่าว ยังเป็นการสนับสนุนการลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล เพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมโยงพื้นที่สำคัญของเมือง ตลอดจนยกระดับศักยภาพของนครแม่สอดให้เป็น และเมืองอัจฉริยะ " สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาเมืองและนโยบายด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ของประเทศ การผลักดัน EV Bus จึงมีไข่เพียงการจัดหารถโดยสารรูปแบบใหม่ แต่เป็นการลงทุนเพื่อวางรากฐานระบบสาธารณะที่มีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน การพัฒนาเทศบาลนครแม่สอดอย่างยั่งยืนในระยะยาว

เหตุผลสำคัญ
1. ลดมลพิษและ PM2.5 ในเขตเมือง รถโดยสาร EV ไม่มีการปล่อยไอเสียจากท่อไอเสีย ช่วยลดฝุ่นPM2.5 และมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะบริวณซุนซุน โรงเรียน ตลาด และย่านการค้า
2.ลดปัญหาการจราจรและส่งเสริมระบบขนส่งสาธารณะการมีรถโดยสารสาธารณะปลอดภัย และมีเส้นทางครอบคลุม จะจูงใจประชาชนให้ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว ช่วยลดรถติดและปัญหา
3. ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้สูงอายุ นักเรียน นักศึกษาผู้มีรายได้น้อย และผู้ที่ไม่มีรถส่วนตัว จะมีทางเลือกในการเดินทางที่เข้าถึงได้และมีค่าใช้จ่ายเหมาะสม
4. ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว รถ EV มีประสิทธิภาพด้านพลังงานสูง และมีค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงและการบำรุงรักษาบางส่วนต่ำกว่ารถโดยสารที่ได้เครื่องยนต์
5. สอดคล้องกับนโยบายเมืองสีเขียวและการลดก๊าซเรือนกระจก การเปลี่ยนมาใช้ EV Bus เป็นรูปธรรมของการลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล และสนับสนุนเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมและการลดคาร์บอนของประเทศ

6. เหมาะกับการพัฒนาแม่สอดในฐานะเมืองเศรษฐกิจชายแดนแม่สอดเป็นศูนย์กลางการค้า การลงทุนการท่องเที่ยว และการเดินทางบริเวณชายแดน จึงควรมีระบบขนส่งสาธารณะที่ทันสมัย เพื่อรองรับประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้มาติดต่อธุรกิจ
7. สร้างภาพลักษณ์ "เมืองอัจฉริยะและเมืองน่าอยู่" EV Bus สามารถเชื่อมโยงกับระบบ Smart Cityเช่น GPS, แอปติดตามรถ, ป้ายแสดงเวลารถ และระบชำระค่าโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ การเดินทางมีประสิทธิภาพ
"EV Bus ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนจากรถน้ำมันเป็นรถไฟฟ้า แต่เป็นการวางระบบขนส่งสาธารณะใหม่เพื่อให้แม่สอดเป็นเมืองชายแดนที่สะอาด ปลอดภัย เดินทางสะดวก และเติบโตอย่างยั่งยืน"เปิดตัวโครงการ รถโดยสารไฟฟ้า ครั้งนี้ทางบริษัท NEX Point (เน็กช์ พอยต์ )ได้นำรถไฟฟ้า มานำเสนอในการเปิดตัวครั้งนี้ ทางบริษัท Next Point เน็กซ์ พอยท์)ได้นำรถโดยสารไฟฟ้าของจริงม'และนำมาขับตามเส้นทางจริงในเขตเทศบาลนครแม่สอดโดยเฉพาะเส้นทางของแต่ละโรงเรียนในสังกัด ถือว่าเป็นการทดสอบรถไฟฟ้าจริง ในเส้นทางจริง
สำหรับโครงการรถโดยสารไฟฟ้า EV BUS ถือว่า เทศบาลนครแม่สอดต้องศึกษาข้อมูล ทุกมิติ เพื่อที่จะดำเนินการในการผลักดันที่จะให้เกิดโครงการมวลชนในรูปแบบพลังงานสะอาด รถโดยสารไฟฟ้าอีวีบัส ซึ่งก็มีตัวอย่างในหลายพื้นที่ที่ได้มีการขับเคลื่อนการขนส่งมวลชนในลักษณะนี้แล้ว ไม่ว่าจะเป็น จ.เชียงใหม่ - ภูเก็ต –ลำพูน และ จ. พะเยา เป็นต้น

สำหรับช่องทางและกองทุนรัฐบาล ดังต่อไปนี้
1. แหล่งทุนและมาตรการสนับสุนจากภาครัฐ กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน : หน่วยงานรัฐบาลพฐ. หรือ อปท.) สามารถยื่นข้อเสนอโครงการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของ สำนักงานบริหารกองทุนการอนุรักษ์พลังงาน (ส.กทอ.) เพื่อขอรับการอุดหนุนบประมาณในด้านนวัตกรรมพลังงานสะอาด เช่น ระบบอัดประจุไฟฟ้า โครงการนำร่องรถโดยสารไฟฟ้า หรือโครงการตัดแปลงรถยนต์เก่าเป็นรถไฟฟ้า (EV Conversion) มาตรการ สนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ หรือ บอร์ด EV).มีมาตรการสนับสนุน ภาษีและการยกเว้นอากร
รวมถึงสิทธิประโยชน์สำหรับรถบัสไฟฟ้าและรถบรรทุกไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศ ซึ่งช่วยลด ต้นทุนให้ผู้ประกอบการหรือหน่วยงานรัฐที่จัดซื้อผ่านโครงสร้างราคาที่ถูกลงงบประมาณอุดหนุนจากองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น (อปท.).โรงเรียนรัฐสามารถประสานงานกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) หรือเทศบาลในพื้นพื้นที่เพื่อจัดทำโครงการขนส่งมวลขนสีเขียว ตัวอย่างเช่น อบจ.เชียงใหม่ ที่ได้นำร่องโครงการรถสาธารณะ EV Bus รับ-ส่ง นักเรียนเพื่อลดมลพิษและแก้ปัญหาจราจร
2. โครงการนำร่องและความร่วมมือระหว่างประเทศองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศ (เช่น GIZ ประจำประเทศไทย) มีการสนับสนนงบประมาณในรูปแบบโครงการวิจัยและเมืองนำร่องอัจฉริยะ ตัวอย่างเช่น โครงการ EV School Shuttle Service (City Lab Korat) Vil ให้บริการรถบัสไฟฟ้ารับส่งนักเรียนในตัวเมืองนครราชสีมา เพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่น PM 2.5 และการจราจร

3. การสนับสนุนจากภาคเอกชน (CSR) บริษัทเอกชนด้านพลังงานสะอาด และการขนส่งเอกชนรายใหญ่มีโครงการสนับสนุนยานพาหนะไฟฟ้าให้สถานศึกษาเพื่อส่งเสริมสิ่งแวดล้อม เช่น บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด (TSB) ที่เคยทำโครงการส่งมอบรถบัสพลังงานไฟฟ้า EV 100% (มูลค่ากว่า 4 ล้านบาท) ให้กับโรงเรียนในพื้นที่ต่างจังหวัด เพื่อสนับสนุนกิจกรรมการศึกษา

