ป.ป.ช. นำคณะ OECD หารือรัฐสภาและกฤษฎีกา ขับเคลื่อนไทยสู่อนุสัญญาต้านสินบน ภายในปี 2571

ประธานคณะกมธ.การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ พร้อมด้วย คณะกมธ.การต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร คณะกมธ.การต่างประเทศ วุฒิสภา คณะกมธ. กิจการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ การป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ วุฒิสภา ประชุมหารือกับ หัวหน้าฝ่ายต่อต้านการทุจริตขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. และเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า เพื่อสร้างความเข้าใจในมาตรฐานสากล

ณ ห้องรอพิเศษ 207 อาคารรัฐสภา คณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา คณะกรรมาธิการกิจการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ การป้องกันและ ปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบ และการเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา ได้ประชุมหารือกับนางสาวจูเลีย ฟรอมโฮลซ์ (Ms.Julia Fromholz) หัวหน้าฝ่ายต่อต้านการทุจริตขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) นายประทีป คงสนิท รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. และ รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า และคณะ สรุปสาระสำคัญ ดังนี้

นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวต้อนรับคณะโดยกล่าวว่า การเยือนครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญยิ่งของประเทศไทย ขณะที่อยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาทางเทคนิคเพื่อเข้าเป็นสมาชิก OECD ซึ่งครอบคลุมคณะทำงานกว่า 25 คณะ และเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการเพื่อเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการให้สินบนเจ้าหน้าที่รัฐต่างประเทศ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบโดยตรงของฝ่าย OECD การหารือในวันนี้จึงถือเป็นโอกาสสำคัญที่ฝ่ายนิติบัญญัติไทยจะได้รับฟังข้อเสนอแนะจากผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติโดยตรง คณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ได้ทำงานร่วมกับภาคประชาสังคมและภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันแนวทางเชิงรุกในการป้องกันการทุจริต ด้วยเป้าหมายร่วมกันที่จะนำพาประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD ให้ได้ภายในปี 2571 และกล่าวย้ำว่าฝ่ายนิติบัญญัติของไทยให้ความสำคัญกับภารกิจนี้อย่างสูงสุด พร้อมกล่าวว่า ขณะนี้ คณะกรรมาธิการ กำลังดำเนินการปรับปรุงกฎหมาย แก้ไขช่องโหว่การทุจริต และเตรียมจัดสัมมนาร่วมกับภาคประชาสังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเดือนหน้า

รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการนำคณะเข้าพบปะหารือกับคณะกรรมาธิการในวันนี้เพื่อดำเนินการการผลักดันประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD และกล่าวถึงการจัดงานประชุมวิชาการประจำปีของสถาบันพระปกเกล้า (KPI Congress) ซึ่งกำหนดจะจัดขึ้นในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2569 ณ รัฐสภา เป็นการจัดร่วมกับ OECD เพื่อให้ทราบองค์ความรู้ 3 ด้านซึ่งเป็นเกณฑ์การเข้าเป็นสมาชิก OECD โดยจะเชิญประเทศอื่นๆที่กำลังสมัครเป็นสมาชิก OECD และได้เชิญเลขาธิการ OECD เข้าร่วมด้วย ในโอกาสที่ตอบรับการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการแล้วระหว่างวันที่ 23 - 25 พฤศจิกายน 2569 ในโอกาสนี้จึงขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าร่วมงานดังกล่าว โดยจะได้ประสานแจ้งรายละเอียดเพื่อพิจารณาต่อไป นอกจากนี้ การประชุมเครือข่ายรัฐสภาโลกขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD Global Parliamentary Network-OECD GPN) เปิดให้สมาชิกรัฐสภาของประเทศที่สมัคร OECD เข้าร่วมการประชุมทุกปี การประชุมครั้งถัดไปจะจัดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2570 ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส

ผศ.นพดล อินนา รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สาม คณะกรรมาธิการกิจการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ การป้องกันและปราบปรามทุจริตประพฤติมิชอบ และการเสริมสร้าง ธรรมภิบาล วุฒิสภา กล่าวว่า คณะกรรมาธิการฯ ได้มีการจัดตั้ง"คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาและติดตามการดำเนินการเพื่อเข้าสู่การเป็นสมาชิก OECD ของประเทศไทย" โดยคณะกรรมาธิการฯ ได้มีการศึกษา ติดตาม และจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยให้ผ่านเกณฑ์และเข้าเป็นสมาชิกขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ได้อย่างราบรื่น

ดร.โสภณ มะโนมะยา รองประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ คนที่สอง วุฒิสภา และ นายวสวรรธน์ พวงพรศรี รองประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ คนที่หนึ่ง สภาผู้แทนราษฎรได้นำเสนอภารกิจและภาพรวมการดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง โดยขณะนี้ คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา และคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ได้มีการจัดตั้งคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาและติดตามการดำเนินการเพื่อเข้าสู่การเป็นสมาชิก OECD ของประเทศไทย ซึ่ง อนุกรรมาธิการฯ วุฒิสภา พิจารณาติดตามการเข้าเป็นสมาชิก OECD เน้นย้ำการยกระดับมาตรฐานประเทศให้สอดคล้องกับสากล โดยเน้นเรื่องการแข่งขันทางการค้า และให้ความสำคัญกับการสร้างการรับรู้และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน พร้อมวางแผนจัดสัมมนาในรัฐสภา และสถาบันอุดมศึกษา เพื่อสร้างเครือข่ายความรู้และการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชน คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมสนับสนุนการทูตฝ่ายนิติบัญญัติเพื่อสร้างความเข้าใจในมาตรฐานสากล ร่วมกับคณะอนุกรรมาธิการที่จัดตั้งขึ้นเฉพาะกิจด้าน OECD

นายประทีป คงสนิท รองเลขาธิการคณะกรรมการป.ป.ช. กล่าวถึงการดำเนินงานของสำนักงาน ป.ป.ช. ขณะนี้ อยู่ระหว่างการแก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ มาตรา 176 ว่าด้วยการรับผิดฐานให้สินบน และตามมาตรา 171 การรับผิดของนิติบุคคล โดยได้ส่งร่างกฎหมายดังกล่าวให้ OECD พิจารณาแสดงความเห็น จากนั้นคาดว่าจะปรับปรุงเสร็จเรียบร้อยภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 และนำส่งคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป

นางสาวจูเลีย ฟรอมโฮลซ์ (Ms.Julia Fromholz) หัวหน้าคณะผู้แทน OECD ได้กล่าวแสดงความชื่นชมความมุ่งมั่นและกรอบเวลาที่ท้าทายของประเทศไทย พร้อมให้ความช่วยเหลือและทำงานร่วมกับรัฐสภาไทยอย่างใกล้ชิด พร้อมนี้ได้มีข้อเสนอแนะต่อประเทศไทย ประเด็นการประเมินกฎหมายและภาคปฏิบัติต้องใช้ระยะเวลา จึงขอให้ประเทศไทยเร่งปฏิรูปกฎหมายที่จำเป็นในระยะเริ่มแรก ให้ตรงกับมาตรฐานตั้งแต่ต้นเพื่อมิให้เสียเวลาต้องย้อนกลับมาแก้ไขภายหลังจากนั้นได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการผลักดันประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD อาทิ ขั้นตอนการประเมิน ด้าน Anti-Bribery (ABC) การเข้าเป็นสมาชิก WGB คณะทำงานว่าด้วยการต่อต้านการให้สินบน (Working Group on Bribery-WGB)

เป็นต้น
เสนาะ วรรักษ์/รายงาน

