"เวฟ-บิว-หยก-หนูแหวน" คว้ารางวัลนักกีฬาดีเด่น วันกีฬาแห่งชาติ 2568

“เวฟ”วีรพล “บิว”ภูริพล “หยก”จุฑาทิพย์ “หนูแหวน”อัญพัชร์ คว้ารางวัลนักกีฬาดีเด่น วันกีฬาแห่งชาติ 2568 เชิดชูนักกีฬาไทยผู้สร้างชื่อเสียงให้ประเทศชาติ

ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานงานประกาศเกียรติคุณนักกีฬาดีเด่น เนื่องในวันกีฬาแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2568 โดยมี นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นางสาววนิดา พันธ์สอาด รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ผู้บริหาร กกท., บุคลากรทางการกีฬา และนักกีฬา เข้าร่วมงาน ณ อินดอร์สเตเดี้ยม หัวหมาก กกท. เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569

เนื่องในโอกาสวันที่ 16 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันกีฬาแห่งชาติ เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรที่ทรงชนะเลิศได้รับเหรียญทองจากการแข่งขันกีฬาเรือใบ ประเภท โอ.เค ในการแข่งขันกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 ณ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม พุทธศักราช 2510 ปัจจุบันเรียกว่า “การแข่งขันกีฬาซีเกมส์“ รวมไปถึงเพื่อเป็นการกระตุ้นเตือนให้ประชาชนชาวไทยเห็นคุณค่าความสำคัญของการกีฬา ซึ่ง กกท. ในฐานะองค์กรหลักที่รับผิดชอบการจัดงานวันกีฬาแห่งชาติ จึงได้จัดงานประกาศเกียรติคุณนักกีฬาดีเด่น เนื่องในวันกีฬาแห่งชาติขึ้นทุกปี เพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณและมอบรางวัลอันทรงเกียรติให้แก่นักกีฬา ผู้ฝึกสอน สมาคมกีฬา และบุคลากรกีฬา ที่ได้สร้างผลงาน และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย

ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า งานประกาศเกียรติคุณนักกีฬาดีเด่น เนื่องในวันกีฬาแห่งชาติ ประจำปี 2568 ในวันนี้ ถือเป็นวันสำคัญยิ่งทางการกีฬาของไทย เนื่องด้วยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเป็นนักกีฬาทีมชาติไทย และทรงชนะเลิศการแข่งขันกีฬาเรือใบ ประเภท โอ.เค. ในกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 ณ กรุงเทพมหานคร ปีพุทธศักราช 2510 ยังความปลื้มปิติแก่ประชาชนชาวไทยทั้งชาติ

ผลงานของนักกีฬาในรอบปีที่ผ่านมา ถือว่าได้สร้างชื่อเสียงและความสุขให้กับประชาชนในประเทศเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในปีพุทธศักราช 2568 ประเทศไทยของเราได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ซึ่งนักกีฬาทีมชาติไทยสามารถทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่จะได้รับรางวัลทุกรางวัล ซึ่งได้สร้างชื่อเสียง เกียรติยศด้านการกีฬาให้แก่ประเทศชาติด้วยกันทั้งสิ้น คณะนักกีฬา เจ้าหน้าที่ที่เข้าร่วมการแข่งขันฯ และนักกีฬา ท่านอื่นๆ ต่างก็มีส่วนทำให้เกิดความสำเร็จในการแข่งขันฯ เช่นกัน นับว่าทุกท่านเป็นบุคคล ที่ได้เสียสละ อดทนต่อความยากลำบากในการฝึกซ้อม ต้องอดทนกับความกดดันต่างๆ ทั้งนี้ ก็เพื่อให้ได้ชัยชนะ นำมาซึ่งชื่อเสียงเกียรติยศมาสู่วงศ์ตระกูล และประเทศชาติอันเป็นที่รักยิ่งของเรา

ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการกีฬาแห่งประเทศไทย ในฐานะองค์กรหลักที่รับผิดชอบการจัดงานวันกีฬาแห่งชาติ ได้จัดงานประกาศเกียรติคุณนักกีฬาดีเด่น เนื่องในวันกีฬาแห่งชาติ เป็นประจำทุกปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2529 เพื่อมอบรางวัลอันทรงเกียรติให้แก่นักกีฬา ผู้ฝึกสอน สมาคมกีฬา และบุคลากรกีฬานี้ ถือเป็นการสร้าง
ขวัญและกำลังใจให้แก่นักกีฬาที่ได้รับรางวัลความสำเร็จที่ได้รับจากการแข่งขันกีฬา นำมาซึ่งความภาคภูมิใจแก่ชาวไทยทุกคน และเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนและประชาชนหันมาออกกำลังกายและเล่นกีฬาอันจะเป็นประโยชน์ทางสังคม

ทำให้คนในประเทศชาติมีสุขภาพที่แข็งแรง สำหรับปีพุทธศักราช 2568 นี้ ถือเป็นห้วงเวลาที่สำคัญและพิเศษยิ่งต่อวงการกีฬาไทย เนื่องจากเป็นปีที่ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ซึ่งนักกีฬาทีมชาติไทยสามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการครองเจ้าเหรียญทองกีฬาซีเกมส์และกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ถือเป็นผลงานที่น่าภาคภูมิใจยิ่งและสมควรแก่การยกย่องเชิดชู

งานประกาศเกียรติคุณนักกีฬาดีเด่นนั้น ถือเป็นเวทีสำคัญในการเชิดชูเกียรตินักกีฬา ผู้ฝึกสอน สมาคมกีฬา และบุคลากรกีฬา ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญในการสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย โดยมีรางวัลรวมทั้งสิ้น 43 รางวัล ดังนี้ นักกีฬาสมัครเล่นชายดีเด่น ได้แก่ “เวฟ” จ่าอากาศตรี วีรพล วิชุมา นักกีฬายกน้ำหนัก แชมป์โลก ได้รับถ้วยพระราชทาน ส่วนรองดีเด่น ได้แก่ นายบัลลังก์ ทับทิมแดง (เทควันโด) กับ ว่าที่ร้อยตำรวจตรี กุลวุฒิ วิทิตศานต์ (แบดมินตัน), นักกีฬาสมัครเล่นหญิงดีเด่น “หยก” นางสาวจุฑาทิพย์ กันทะธง นักกีฬาเทคบอล

แชมป์โลก ได้รับถ้วยพระราชทาน ส่วนรองดีเด่น ได้แก่ นางสาวณัชชารัตน์ วงศ์หฤทัย (สนุกเกอร์) กับ จ่าอากาศโทหญิง ปุณณ์รวี รื่นรส (มวยสากล), นักกีฬาเยาวชนสมัครเล่นชายดีเด่น ได้แก่ นายภูริพล บุญสอน (กรีฑา) ได้รับถ้วยพระราชทาน ส่วนรองดีเด่น ได้แก่ นายสิรวุฒิ รุ่งรัตน์กสิกุล (อีสปอร์ต) กับ นายฐิตภัทร ปรีชาญาณ (เทเบิลเทนนิส), นักกีฬาเยาวชนสมัครเล่นหญิงดีเด่น ได้แก่ นางสาวอัญพัชร์ พิชิตปรีชาศักดิ์ (แบดมินตัน) ได้รับถ้วยพระราชทาน ส่วนรองดีเด่น ได้แก่ นางสาวธนพร แซ่เตีย (ยกน้ำหนัก) กับ นางสาวมิยู ซูซูกิ (ยูยิตสู)

นักกีฬาอาชีพชายดีเด่น ได้แก่นายมูฮัมหมัด อุสมานมูซา (ฟุตซอล) ได้รับถ้วยพระราชทาน ส่วนนักกีฬาอาชีพหญิงดีเด่น ได้แก่ นางสาวอาฒยา ฐิติกุล (กอล์ฟ) ได้รับถ้วยพระราชทาน, นักกีฬามวยไทยอาชีพชายดีเด่น ได้แก่ นายทศพร ศรีพรมมา ฉายา “ขุนศึกน้อย บูมเด็กเซียน” ได้รับถ้วยพระราชทาน ส่วนนักกีฬามวยไทยอาชีพหญิงดีเด่น ได้แก่ นางสาวอริศรา นุ่นเอียด ฉายา “มงกุฎเพชร เขาหลักมวยไทย” ได้รับถ้วยพระราชทาน, นักกีฬาคนพิการชายดีเด่น ได้แก่ นายพงศกร แปยอ (วีลแชร์เรสซิ่ง) ได้รับถ้วยพระราชทาน ส่วนรองดีเด่น ได้แก่ นายอธิวัฒน์ แพงเหนือ (วีลแชร์เรสซิ่ง) กับ นายวิสิทธิ์ กิ่งมะนาว (วีลแชร์ฟันดาบ), นักกีฬาคนพิการหญิงดีเด่น ได้แก่ สายสุนีย์ จ๊ะนะ (วีลแชร์ฟันดาบ) ได้รับถ้วยพระราชทาน ส่วนรองดีเด่น ได้แก่ นางสาวพัชราภา สีเสน (จักรยาน) กับ นางสาวขวัญสุดา พวงกิจจา (เทควันโดคนพิการ)

ชนิดกีฬาทีมดีเด่น ได้แก่ วอลเลย์บอลทีมหญิง ชุดชิงแชมป์โลกและชุดซีเกมส์, ประเภททีมกีฬาดีเด่น ได้แก่ ทีมแบดมินตันประเภทคู่ผสม, ชนิดกีฬาทีมคนพิการดีเด่น ได้แก่ทีมฟุตบอลคนตาบอดทีมชาย, ประเภทกีฬาทีมคนพิการดีเด่น ได้แก่ เทเบิลเทนนิสประเภทคู่ชาย MD14, ผู้ฝึกสอนนักกีฬาสมัครเล่นดีเด่น ได้แก่ ว่าที่ร้อยตรี ศักดิ์ชัย ธิตะจารี (ยกน้ำหนัก), ผู้ฝึกสอนนักกีฬาชาวต่างประเทศดีเด่น ได้แก่ มร.ลุคแมน (ยกน้ำหนัก), ผู้ฝึกสอนนักกีฬาอาชีพดีเด่น ได้แก่ นายกฤช อัศวพิมลพร (กอล์ฟ), ผู้ฝึกสอนนักกีฬาส่วนภูมิภาคดีเด่น

ได้แก่ นายปริญญา บัวพันธ์ (วอลเลย์บอลชายหาดสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดร้อยเอ็ด), ผู้ฝึกสอนนักกีฬาคนพิการดีเด่น ได้แก่ นายสุพรต เพ็งพุ่ม (วีลแชร์เรสซิ่ง) สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยดีเด่น ได้แก่ สมาคมกีฬายูยิตสูแห่งประเทศไทย, สมาคมกีฬาคนพิการดีเด่น ได้แก่ สมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดดีเด่น ได้แก่ สมาคมกีฬาแห่งจังหวัด กรุงเทพมหานคร, ผู้บริหารดีเด่น ได้แก่ ไมตรี คงเรือง (นายกสมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์), นักวิชาการดีเด่น ได้แก่ รศ.ดร. ฉัตรกมล สิงห์น้อย (ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาการกีฬา ของการกีฬาแห่งประเทศไทย)

ผู้จัดการทีมดีเด่น ได้แก่ นายไชยยศ ตั้งวรกุลชัย (ส.ยกน้ำหนัก), ผู้ตัดสินดีเด่น ได้แก่ ดร.นิวัฒน์ ลิ้มสุขนิรันดร์ (ส.ยกน้ำหนัก), นักวิทยาศาสตร์การกีฬาดีเด่น ได้แก่ รศ.นพ.ณัฐพร แสงเพชร (รองศาสตราจารย์ ภาควิชาออร์โธปิดิกส์ สังกัดภาควิชาออร์โธปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดีมหาวิทยาลัยมหิดล), นักกีฬาอาวุโสชายดีเด่น ได้แก่ นายจิรพงษ์ เมฆเวียน (กรีฑา), นักกีฬาอาวุโสหญิงดีเด่น ได้แก่ นางสมสง่า บุญนอก (กรีฑา), รางวัลผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสังคม ได้แก่ นายกษิดิศ ธีระประทีป, นางสาวอรพรรณ ธีรพัฒน์พาณิชย์ และนายนาคร ศิลาชัย

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการมอบรางวัลให้กับนักกีฬาชายและหญิงดีเด่นของสมาคมกีฬาแห่งจังหวัด และรางวัลสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย , การจัดนิทรรศการงานวันกีฬาแห่งชาติ และถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์เพื่อการท่องเที่ยวและกีฬา (T Sports 7) อีกด้วย

