พอกันที!ม็อบชาวบ้าน 3 ตำบลบุกจี้ปิดฟาร์มปลาดุก 50 ไร่ทนเหม็นมา 2 ปี ขู่ร้อง ป.ป.ช.-นายอำเภอสั่งหยุด

พอกันที!ม็อบชาวบ้าน 3 ตำบลบุกจี้ปิดฟาร์มปลาดุก 50 ไร่ทนเหม็นมา  2 ปี ขู่ร้อง ป.ป.ช.-นายอำเภอสั่งหยุด





Image
ad1

ชาวบ้าน 3 ตำบล อ.บางเลน สุดทน! รวมตัวจี้หยุดฟาร์มปลาดุก 50 ไร่ หลังร้องกลิ่นเน่าคลุ้ง-น้ำเสียกระทบชุมชนนาน 2 ปี ลั่นยังนิ่งเจอร้อง ป.ป.ช. สุดท้ายนายอำเภอสั่งยุติเลี้ยง รอประชาคมชี้ชะตา

ตัวแทนประชาชนประมาณ 30 คน จาก 3 ตำบลในพื้นที่ อ.บางเลน จ.นครปฐม ประกอบด้วย ต.บางไทรป่า ต.บางเลน และ ต.ดอนตูม นำโดย นายแสนศักดิ์ เกษมวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางไทรป่า นายสุระ ชัชวงษ์ กำนันตำบลบางไทรป่า พร้อมสมาชิก อบต. ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน นำรายชื่อประชาชนกว่า 100 คน เข้ายื่นหนังสือต่อนายอำนวย เฉลิมกลิ่น นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางเลน

กลุ่มชาวบ้านเรียกร้องให้ อบต.บางเลน ใช้อำนาจตามหน้าที่สั่งให้ผู้ประกอบการฟาร์มปลาดุกขนาดใหญ่ เนื้อที่ประมาณ 50 ไร่ ซึ่งตั้งอยู่กลางชุมชนในพื้นที่หมู่ 12 ต.บางเลน ยุติการเลี้ยงปลาดุกทันที หลังประชาชนในพื้นที่โดยรอบระบุว่าได้รับผลกระทบจากกลิ่นเหม็นเน่าและปัญหาน้ำเสียมาอย่างต่อเนื่อง

ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบกระจายอยู่หลายพื้นที่ ทั้งหมู่ 1 และหมู่ 2 ต.บางไทรป่า หมู่ 10 ต.ดอนตูม และหมู่ 12 ต.บางเลน ซึ่งล้วนตั้งอยู่โดยรอบฟาร์มดังกล่าว โดยผู้ร้องเรียนกล่าวหาว่า ที่ผ่านมามีการลักลอบปล่อยน้ำเสียลงสู่คลองบางเลน ประกอบกับกลิ่นเหม็นรุนแรงจากการเลี้ยงปลาดุก จนสร้างความเดือดร้อนต่อการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนในชุมชน

สำหรับฟาร์มดังกล่าวมีบ่อเลี้ยงปลาดุกประมาณ 15 บ่อ ตั้งอยู่ติดกับฟาร์มไก่ขนาดใหญ่ โดยชาวบ้านระบุว่า ผู้เลี้ยงปลาดุกมีการนำขี้ไก่หรือเครื่องในไก่มาใช้เป็นอาหารปลา บรรจุในถังสีเขียวขนาดประมาณ 200 ลิตร ก่อนนำมาเทหรือวางไว้บริเวณริมบ่อ และบางครั้งพบชิ้นส่วนที่มีลักษณะคล้ายซากไก่ถูกนำมาใช้เป็นอาหารปลาเช่นกัน

ชาวบ้านระบุว่า เมื่อมีวัตถุดิบเหล่านี้จำนวนมากอยู่รอบบ่อเลี้ยงปลา จึงเกิดกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงตลบอบอวลไปทั่วพื้นที่ กระทบกับบ้านเรือนประชาชนจำนวนมากที่ตั้งอยู่โดยรอบ จนกลายเป็นปัญหาสะสมที่ชาวบ้านบอกว่าต้องทนอยู่กับสภาพดังกล่าวมานานประมาณ 2 ปี

ก่อนหน้านี้ ผู้นำชุมชนและตัวแทนประชาชนจากทั้ง 3 ตำบล เคยร้องเรียนและทำหนังสือถึง อบต.บางเลน เพื่อขอให้เข้ามาตรวจสอบและแก้ไขปัญหากลิ่นเหม็น รวมถึงเรียกร้องให้มีการจัดทำประชาคมเพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ก่อนอนุญาตให้ผู้ประกอบการเลี้ยงปลาดุกรอบใหม่

นอกจากนี้ ชาวบ้านยังเรียกร้องให้นายก อบต.บางเลน นำเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการอนุญาตให้ประกอบกิจการฟาร์มปลาดุกมาแสดงประกอบการทำประชาคม เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลอย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ร้องเรียนระบุว่า ที่ผ่านมายังไม่มีการดำเนินการตามข้อเรียกร้องอย่างเป็นรูปธรรม และผู้ประกอบการยังคงเลี้ยงปลาดุกต่อไป ทำให้ปัญหากลิ่นเหม็นและข้อร้องเรียนเรื่องน้ำเสียลงคลองสาธารณะยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง สร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนทั้ง 3 ตำบล

การรวมตัวครั้งนี้ ชาวบ้านจึงยกระดับข้อเรียกร้อง โดยขอให้นายก อบต.บางเลน ในฐานะหน่วยงานท้องถิ่นที่รับผิดชอบพื้นที่ สั่งให้ผู้ประกอบการหยุดเลี้ยงปลาดุกทันที จนกว่าจะมีการจัดประชาคมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่อาศัยอยู่โดยรอบว่า เห็นด้วยหรือไม่ที่จะให้ฟาร์มดังกล่าวประกอบกิจการต่อไป

กลุ่มชาวบ้านยืนยันว่า หากยังไม่มีการจัดประชาคม หรือไม่มีมาตรการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจน ก็ต้องการให้พิจารณาสั่งห้ามประกอบกิจการอย่างถาวร เพราะที่ผ่านมาได้ร้องเรียนหลายครั้ง ทั้งด้วยวาจาและการเข้าชื่อยื่นหนังสือ แต่ยังไม่เห็นผลการแก้ไขที่ทำให้ความเดือดร้อนยุติลง

ด้าน น.ส.จันทิมา ไฝ่เมตตา ชาวบ้านหมู่ 2 ต.บางไทรป่า กล่าวว่า ในมุมมองของชาวบ้าน อบต.มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายในการควบคุม ตรวจสอบ และเฝ้าระวังกิจการหรือฟาร์มเลี้ยงสัตว์ขนาดใหญ่ หากก่อให้เกิดน้ำเสียหรือกลิ่นเหม็นกระทบต่อชุมชน โดยสามารถดำเนินการตามกฎหมายสาธารณสุขและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน

น.ส.จันทิมา ระบุด้วยว่า หากการร้องเรียนครั้งนี้ยังไม่มีการดำเนินการอย่างจริงจัง ชาวบ้านจะรวมตัวกันยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของผู้เกี่ยวข้อง เนื่องจากประชาชนมองว่าปัญหานี้ยืดเยื้อมานานและเคยร้องเรียนมาแล้วหลายครั้ง จึงไม่ต้องการทนกับปัญหาต่อไปอีก

ต่อมาเวลา 10.00 น. ตัวแทนชาวบ้านเดินทางไปยื่นหนังสือต่อ นายอนุชา ใจช่วงโชติ นายอำเภอบางเลน ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมอำเภอบางเลน เพื่อขอให้ฝ่ายปกครองเข้ามาร่วมแก้ไขปัญหา เนื่องจากชาวบ้านไม่มีความมั่นใจว่า อบต.บางเลน ซึ่งเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ดูแลพื้นที่ จะสามารถจัดการปัญหาดังกล่าวได้อย่างจริงจัง

ชาวบ้านให้ข้อมูลว่า นอกจากการร้องเรียนด้วยวาจาหลายครั้งแล้ว ยังเคยรวบรวมรายชื่อยื่นหนังสือถึงนายก อบต.บางเลน มาแล้วตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม 2568 แต่จนถึงปัจจุบันผ่านมานานกว่า 1 ปี ปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข และยังไม่มีมาตรการที่สามารถบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

กลุ่มผู้ร้องจึงขอให้นายอำเภอบางเลนเข้ามากำกับ ติดตาม และตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมยืนยันว่า หากครั้งนี้ยังไม่มีการแก้ไข จะยกระดับการร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่สูงขึ้น โดยเฉพาะ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

เบื้องต้นชาวบ้านเรียกร้องให้ฝ่ายปกครองสั่งหยุดการเลี้ยงปลาดุกทันที จนกว่าจะมีการจัดประชาคมรับฟังเสียงของประชาชนที่ได้รับผลกระทบเสียก่อน

ภายหลังรับฟังปัญหา นายอำเภอบางเลนได้สั่งให้เจ้าของฟาร์มปลาดุกยุติการดำเนินการตามข้อเรียกร้องของประชาชน โดยอนุโลมให้ผู้ประกอบการจับปลาดุกที่ยังเหลืออยู่ในอีก 11 บ่อออกจำหน่ายให้เสร็จสิ้นก่อน จากนั้นจะต้องจัดทำประชาคมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากทั้ง 3 ตำบล ว่าเห็นด้วยหรือไม่ที่จะให้มีการเลี้ยงปลาดุกรอบต่อไป

พร้อมกันนี้ นายอำเภอบางเลนได้มอบหมายให้นายก อบต.บางเลน และผู้นำชุมชนประสานการจัดทำประชาคมร่วมกัน ขณะที่ในช่วงระหว่างดำเนินการ ผู้ประกอบการจะต้องไม่กระทำการที่ก่อให้เกิดปัญหาซ้ำอีก

นายอำเภอยังกำชับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้ปฏิบัติหน้าที่และแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เนื่องจากหากปล่อยให้เกิดปัญหาซ้ำและไม่มีการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ อาจนำไปสู่การร้องเรียนและตรวจสอบประเด็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้