ไม่ใช่จีนเทา!"จู จวินเฉิง"ที่ปรึกษาอบจ.ปราจีนฯยันทำธุรกิจโปร่งใส-บีโอไอ การันตี

ปราจีนบุรี – นาย จู จวินเฉิง หรือเจสัน ที่ปรึกษาพิเศษ อบจ.ปราจีนฯขึ้นโรงพักแจ้งความดำเนินคดีเฟชบุ๊ค ที่กล่าวหาเป็นจีนเทา ยันโปร่งใส-BOI การันตี ลั่นเดินหน้าช่วยเกษตรกรระบายปลานิล ประเดิมงานแรกของที่ปรึกษาวันนี้พร้อม ตัวแทนจาก Alibaba เข้ามาร่วมสังเกตการณ์ และร่วมรับซื้อปลานิลชาวประมง อ.บ้านสร้าง ที่ประสบปัญหาราคาตกต่ำสูงสุดหลังผลผลิตล้นตลาดไม่สามารถส่งออกต่างประเทศได้ที่ตลาดหลักคือประเทศกัมพูชา หลังปิดด่านพรมแดนชายแดนไทย – กัมพูชา โดย Alibaba จะเข้ามารับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรผู้ผลิตทั้งหมดถึงบ่อ ล่าสุดปลานิลยังล้นตลาด ตอนนี้ถึง 7000 ตัน ขณะ “รองอุ๊” นายกอบจ.ปราจีนฯ ยืนยันไม่ติดใจกระแสวิพากษ์ “จีนเทา”ไม่ปลดให้พิสูจน์ผลงานเชิงประจักษ์
เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี ความคืบหน้ากระแสดราม่า หลังที่ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี โดย“รองอุ๊” หรือ นายกฤษฎิ์ กษมพันธุ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี (อบจ.)ได้ทำการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาพิเศษด้านการพาณิชย์ การส่งเสริมการลงทุนองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี (อบจ.) นายจู เจิ้นเฉิง หรือ เจสัน ให้เข้ามาเป็นที่ปรึกษาพิเศษ เมื่อวันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2569 ได้มีเฟชบุ๊ค ที่ออกมากล่าวหาเป็นจีนเทา ทั้งนี้ฝ่ายทางด้าน “รองอุ๊” หรือ นายกฤษฎิ์ กษมพันธุ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี (อบจ.)ได้ชี้แจงสามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้

พร้อมบอกสาเหตุการแต่งตั้งมาจากเห็นวิสัยทัศน์จากการร่วมงานสังคม และพบว่าเป็นผู้ที่มีเครือข่ายกว้างขวาง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อจังหวัดปราจีนบุรีที่คาดว่า กำลังเติบโตเป็นเมืองอุตสาหกรรมและเป็นส่วนหนึ่งของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ในอนาคตอันใกล้ โดยยืนยันว่าการแต่งตั้งนี้ไม่มีเรื่องผลประโยชน์ส่วนตนเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยที่ปรึกษาชาวจีนรายนี้ ได้เข้าช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิลในอำเภอบ้านสร้าง ที่ประสบปัญหาไม่สามารถส่งออกสินค้าได้เนื่องจากด่านชายแดนไทย-กัมพูชาปิด โดยทาง “เจสัน” หรือนายจู เจิ้นเฉิง นั้นมีสายสัมพันธ์กับทาง Alibaba จึงอาสาเข้ามาช่วยประสานงานเพื่อระบายสินค้าช่วยเกษตรกร ตามรายละเอียดที่ได้นำเสนอไปแล้วก่อนหน้านี้ นั้น

จู จวินเฉิง หรือเจสัน (ซ้าย)
ต่อมาเมื่อ เวลา 12.30 น. ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองปราจีนบุรี MR.ZHU JUNCHENG หรือ "คุณเจสัน" อายุ 37 ปี นักธุรกิจชาวจีนและที่ปรึกษาพิเศษด้านการพาณิชย์และการส่งเสริมการลงทุน องค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี (อบจ.) พร้อมด้วย สจ.สุเทพ จำนง ที่ปรึกษาพิเศษด้านการการเมืององค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี (อบจ.) ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.เจริญ บุญสิทธิ์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองปราจีนบุรี เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับเจ้าของบัญชีเฟซบุ๊กชื่อ "บุษบงก์" ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาพร้อมเปิดหลักฐานยัน “จีนขาว” ลงทุน BOI

ทั้งนี้นายเจสัน เปิดเผยหลักฐานต่อพนักงานสอบสวนว่า ตนเข้ามาทำธุรกิจในจังหวัดปราจีนบุรีอย่างถูกต้องตั้งแต่ปี 2558 โดยก่อตั้งโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมกบินทร์บุรี ภายใต้ชื่อ บริษัท ฮอตเซน เทคโนโลยี จำกัด ซึ่งได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI นอกจากนี้ยังดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาของเมืองเฉินโจว(สจ.) ประเทศจีน (วาระปี 2565) มีความเชี่ยวชาญด้านการค้าระหว่างประเทศและมีความผูกพันกับพื้นที่ปราจีนบุรีมาอย่างยาวนาน

สำหรับการเข้ารับตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษฯ เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 นั้น นายเจสันยืนยันว่า “เป็นการทำงานด้วยจิตอาสา ไม่ได้รับเงินเดือนหรือค่าตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้น” โดยมีเป้าหมายหลักคือการใช้คอนเนคชั่นทางการค้าช่วยระบายสินค้าเกษตรระหว่างเกษตรกรผู้ผลิตปลานิล อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี ที่ในขณะนี้วิกฤติด้านราคาจำหน่ายราคาตกต่ำสูงสุดเนื่องจากสินค้าล้นตลาดไม่สามารถจำหน่ายส่งออกตลาดต่างประเทศคู่ค้า คือประเทศกัมพูชาได้ เนื่องจากหลังสงครามไทย-กัมพูชาแล้วพรมแดนด่านไทย-กัมพูชาปิดยาวต่อเนื่อง และล่าสุดมาจากภาวะสงครามตะวันออกกลาง นายเจสัน กล่าว

และกล่าวต่อไปว่า เหตุการณ์แจ้งความครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 23 มีนาคม ที่ผ่านมา พบโพสต์ในเฟซบุ๊กมีการใช้คำพูดรุนแรง ในลักษณะตั้งคำถามว่านายก อบจ. แต่งตั้งที่ปรึกษาคนจีนที่เป็น "จีนเทา" หรือไม่ พร้อมนำภาพคำสั่งแต่งตั้งมาวงกลมสีแดง ซึ่งโพสต์ดังกล่าวมีการแชร์ต่อกว่า 300 ครั้ง และมีคอมเมนต์โจมตีทำให้ตนนายเจสันเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชังจากผู้ที่ไม่ทราบข้อเท็จจริง นายเจสัน กล่าว

ทางด้าน สจ.สุเทพ จำนงค์ ผู้ประสานงาน และประธานกลุ่มผู้เสี้ยงสัตว์น้ำ อ.บ้านสร้าง ระบุว่า นายเจสันเข้ามาช่วยแก้ปัญหาวิกฤตปลานิลในอำเภอบ้านสร้างที่กำลังล้นบ่อ โดยครั้งแรกนี้จะมาช่วยระบายสินค้าช่วยเหลือเกษตรกร กว่า 15,000 กิโลกรัม (15 ตัน) เนื่องจากด่านกัมพูชาปิด โดยสินค้าปลานิลนี้จะถูกนำส่งออกไปจำหน่ายตลาดกัมพูชาผ่านประเทศเวียดนาม โดยนายเจสันได้ประสานไปยังกลุ่มโรงงานคนจีนและ ผู้จัดการบริษัท อาลีบาบา (Alibaba) เพื่อหาตลาดรองรับสินค้าเกษตรค้างสต็อก ที่ทางกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์น้ำ อ.บ้านสร้างผลิตได้มากกว่า 7,000 ตัน

โดยทางนายจู เจิ้นเฉิง (Mr.Juncheng Zhu) หรือเจสัน เป็น สจ.ของเมืองจีน มาทำงานและอยู่ที่ จ.ปราจีนบุรีนานแล้ว สามารถพูดภาษาไทย – เป็นล่ามไทย – จีน รู้จักกันกับตนที่เป็นอดีต สจ.มานาน เจสันเป็นจิตอาสา เข้ามาช่วยแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตร-การประมงน้ำจืด มีความสนิทสนามกับกลุ่มอารีบาบา โดยดึงยักษ์ใหญ่ "Alibaba" มาช่วยแก้วิกฤติ ช่วยทำการรับซื้อปลานิล ช่วยเกษตรกรชาวพื้นที่อำเภอบ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี ที่เป็นแหล่งเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทั้งปลา –กุ้ง เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ใหญ่ที่สุด มีแพรับซื้อปลา-กุ้ง มากที่สุดในภาคตะวันออก ที่ช่วงนี้ เกิดวิกฤติปัญหาด้านราคาตกต่ำสูงสุด หลังผลกระทบภาวะสงครามตะวันออกกลาง-ปัญหาการปิดพรมแดนไทย-กัมพูชา ผลผลิตที่ได้ล้นตลาดจนผลผลิตราคาตกต่ำสูงสุด หลังส่งออกตลาดต่างประเทศไม่ได้ดังกล่าว

"เราพยายามช่วยชาวบ้านระบายปลาในราคากิโลกรัมละ 35 บาท และหาทางส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ ผ่านคอนเนคชั่นธุรกิจสีขาว การถูกกล่าวหาแบบนี้ไม่เพียงแต่ทำลายขวัญกำลังใจของผู้ที่ตั้งใจมาช่วย แต่ยังกระทบต่อภาพลักษณ์การลงทุนในจังหวัดด้วย" สจ.สุเทพ กล่าว
เบื้องต้น พ.ต.ท.เจริญ บุญสิทธิ์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองปราจีนบุรี ได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และจะดำเนินการเรียกตัวผู้ถูกกล่าวหามาสอบสวนตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ต่อมา เวลา 13.00 น.หลังลงบันทึกประจำวันแล้ว Mr.Juncheng Zhu (จู จวินเฉิง) หรือเจสัน พร้อม มิสเชอร์รี่ ตัวแทนจาก Alibaba (หน.ฝ่ายหาวัตถุดิบการผลิตแก่ลูกค้า) ได้ ประเดิมงานแรกของที่ปรึกษาฯ โดยเดินทางต่อทันทีเข้ามาร่วมสังเกตการณ์ และร่วมรับซื้อปลานิลชาวประมง อ.บ้านสร้าง ที่ลานจอดรถขององค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี (อบจ.) ที่มีการนำปลานิล รวม 1,500 กก.มาจำหน่ายให้ประชาชนในราคาถูกเพียง 35 บาท / กก.ท่ามกลางลูกค้าตอบรับ จำนวนมากเข้าคิวรับซื้อโดยจำกัดการซื้อคนละไม่เกิน 10 กก.

คุณเชอรรี่ ผู้ดูแลด้านซัพพลายเชนของบริษัท ไพ่ฉิน เทียนเซี่ย (Paiqin Tianxia) ภายใต้การลงทุนของ “อาลี ไช่เหนียว” (Ali Cainiao) กล่าวว่า แนวทางการจัดซื้อสินค้าปลานิล อ.บ้านสร้าง ขณะนี้บริษัทมีความต้องการสินค้าทางการเกษตรที่หลากหลาย และครอบคลุมทุกหมวดหมู่ เพื่อนำไปใช้เป็นวัตถุดิบหลักในโรงอาหารของโรงงาน รวมถึงส่งเข้าโรงงานแปรรูป โดยสินค้าที่ต้องการประกอบด้วย กลุ่มเนื้อสัตว์และของสด ทั้งเนื้อหมู เนื้อวัว ไข่ไก่ และข้าวสาร
กลุ่มสัตว์น้ำ เน้นหนักที่ “ปลานิล” และปลาชนิดอื่นๆ กลุ่มพืชพรรณผักสดและผลผลิตทางการเกษตรทุประเภทที่เกี่ยวข้องกับการประกอบอาหาร การเข้ามารับซื้อสินค้าเกษตรกรผู้ผลิตชาวอ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี สร้างระบบนิเวศการค้าจากท้องถิ่นสู่ตลาดโลก

สำหรับช่องทางการจำหน่าย คุณเชอรรี่ระบุว่า บริษัทไม่ได้ทำหน้าที่เพียงผู้รับซื้อเท่านั้น แต่ยังมีระบบรองรับที่แข็งแกร่ง โดยหลักๆ จะส่งต่อให้โรงงานในพื้นที่ในฐานะซัพพลายเออร์หลัก นอกจากนี้ บริษัทยังมีโรงงานแปรรูปอาหารเป็นของตัวเอง ซึ่งสามารถเปลี่ยนวัตถุดิบจากเกษตรกรไทยให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์พร้อมจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออกไปยังต่างประเทศได้ทันที
สินค้าของคู่ค้านี้จะยั่งยืน เน้นร่วมงานระยะยาว เป้าหมายสำคัญของการเข้ามาในครั้งนี้ คือการช่วยยกระดับเศรษฐกิจในท้องถิ่นและเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร เนื่องจากบริษัทมีปริมาณความต้องการซื้อที่แน่นอนและคงที่ ทำให้เกษตรกรไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงเรื่องตลาดรองรับ เราเน้นการร่วมงานกันในระยะยาว เพราะธุรกิจของเรามีความต้องการที่ชัดเจน ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นและมีความมั่นคงในการประกอบอาชีพ ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในพื้นที่ปราจีนบุรีโดยรวม” คุณเชอรรี่ กล่าว

ในช่วงท้าย คุณเชอรรี่ยังยืนยันอย่างหนักแน่นว่า สำหรับ “ปลานิล” ซึ่งเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจสำคัญ บริษัทมีนโยบายรับซื้ออย่างต่อเนื่องตลอดไปไม่มีกำหนด พร้อมเชิญชวนเกษตรกรที่ผลิตสินค้าคุณภาพติดต่อเข้ามาเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของซัพพลายเชนระดับโลก
ด้าน "รองอุ๊" หรือนายกฤษฎิ์ กษมพันธุ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี (อบจ.) เปิดเผยถึงกรณีการแต่งตั้งที่ปรึกษาที่เป็นชาวต่างชาติว่า เป็นอำนาจในการบริหารเพื่อดึงผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยเหลือชาวจังหวัดปราจีนบุรี โดยที่ปรึกษาเหล่านี้เป็น "ที่ปรึกษาพิเศษ" ที่ไม่มีเงินเดือน พร้อมระบุว่าตนพร้อมแต่งตั้งทุกคนที่มีความรู้เฉพาะด้าน ไม่ว่าจะเป็นคนขับรถบรรทุกหรือสามล้อ หากสามารถช่วยสะท้อนปัญหาและพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนได้

ทั้งนี้ รองอุ๊ ได้ชี้แจงถึงกระแสวิจารณ์เรื่องที่ปรึกษาจีน โดยระบุว่า การมีที่ปรึกษาที่มีคอนเนกชันกับกลุ่มทุนใหญ่อย่าง Alibaba (อาลีบาบา) จะช่วยให้เกษตรกรไทยมีช่องทางระบายสินค้าที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันคุณเชอรี่ (ตัวแทนจากอาลีบาบา) และ คุณเจสัน หุ้นส่วนของแจ็ค หม่า ได้เข้ามาช่วยสนับสนุนการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรของไทยอย่างจริงจัง
สำหรับสถานการณ์ปลานิลล้นตลาดในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี รองอุ๊เผยข่าวดีว่า ทางอาลีบาบาตกลงรับซื้อปลานิลในราคา 35 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งเป็นราคาที่เทียบเท่ากับการขายปลีก โดยมีความต้องการสูงถึงวันละ 3 ตัน เพื่อนำไปแปรรูปและแช่แข็งส่งออกไปยังประเทศจีน
"ตอนนี้เรามีแหล่งระบายสินค้าที่แน่นอนแล้ว ทางอาลีบาบาพร้อมรับไม่อั้น ทั้งปลา ไก่ สุกร และไข่เป็ด เพื่อให้เกษตรกรลืมตาอ้าปากได้ โดยจะเริ่มรับซื้ออย่างเป็นทางการตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป" รองอุ๊ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญในขณะนี้คือขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบก่อนส่งเข้าห้องเย็น ซึ่งต้องมีการขอดเกล็ดและถอดไส้ปลา ทาง อบจ. จึงมีนโยบายจ้างงานชาวบ้านในพื้นที่ โดยเฉพาะในอำเภอบ้านสร้างที่อยู่ใกล้บ่อปลา ให้มาช่วยดำเนินการในส่วนนี้ โดยจะจ่ายค่าแรงให้ตามอัตราค่าแรงขั้นต่ำ เพื่อเป็นการสร้างงานให้กับผู้ที่ว่างเว้นจากการทำนา
ด้าน นายสุรแสง ที่ปรึกษาพิเศษ (อดีตเกษตรจังหวัด) ระบุว่าขณะนี้มีความพร้อมเรื่องลานรับซื้อปลาแล้ว แต่ยังขาดแรงงานจำนวนมาก เกษตรกรหรือชาวบ้านที่สนใจสมัครงานสามารถติดต่อได้โดยตรงที่เบอร์โทรศัพท์ 096-881-9495
แม้จะเริ่มมีการระบายปลาออกไปได้บ้างแล้ว แต่รองอุ๊ยอมรับว่าสถานการณ์ยังคงน่าเป็นห่วง เนื่องจากมีปลาค้างบ่อในพื้นที่อำเภอบ้านสร้าง อีกกว่า 7,000 ตัน ซึ่งที่ผ่านมาทางผู้ว่าราชการจังหวัดได้ช่วยระบายไปแล้วประมาณ 25 ตันผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ

นายกฤษฎิ์ กษมพันธุ์กล่าวต่อว่า "ทั้งนี้ หากพี่น้องเกษตรกรรายใดได้รับความเดือดร้อน สามารถทำหนังสือหรือเข้ามาพบได้ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี โดยทาง อบจ. ยินดีประสานงานและช่วยเหลือในทุกมิติแม้จะเป็นเรื่องนอกเหนืออำนาจหน้าที่ก็ตาม"
โดย...มานิตย์ สนับบุญ – ข่าว / ณัฐนันท์ – ศุภมิตร - ภาพ / ปราจีนบุรี

