ทลายแก๊งวัยรุ่นตัวลายตระเวนลักจยย.ทั่วมหาชัย นำส่งเอเย่นต์ตลาดมืด

ทลายแก๊งวัยรุ่นตัวลายตระเวนลักจยย.ทั่วมหาชัย นำส่งเอเย่นต์ตลาดมืด





Image
ad1

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ตำรวจ กก.1 บก.ป. ร่วมกันจับกุม นายเกรียงไกรฯ อายุ 20 ปี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรสาคร ที่ จ.64/2569 ลงวันที่ 5 ก.พ. 69 ในฐานความผิด “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำกระทำความผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม”
สถานที่จับกุม บริเวณหน้าเพิงพักริมคลองภายในหมู่บ้าน แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพมหานคร
พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โคกขาม ได้รับแจ้งความจากผู้เสียหายจำนวน 2 รายว่ารถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 125 ไอ ได้ถูกคนร้ายลักไปจากบริเวณ ลานจอดหน้าหอพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ในช่วงเวลากลางคืน จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของหอพักพบภาพผู้ต้องสงสัยจำนวน 3 คน ขณะกำลังร่วมกันก่อเหตุ พนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานจนนำไปสู่การออกหมายจับผู้ต้องหา ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปราม ได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โคกขาม ทำการสืบสวนจนสามารถจับกุมหนึ่งในผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุได้ไปก่อนหน้านี้

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้ขยายผลติดตามจับกุมนายเกรียงไกรฯ อายุ 20 ปี ผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุด้วยกันอีก 1 ราย ที่ยังหลบหนีอยู่ ซึ่งพบว่าภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้ทำการจับกุมเพื่อนร่วมแก๊งที่ก่อเหตุไปก่อนหน้านี้ ญาติของเพื่อนในแก๊งได้ส่งข่าวบอกให้นายเกรียงไกรฯ รู้ตัว จึงไหวตัวทันหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ไปซ่อนตัวในพื้นต่างจังหวัดเป็นเวลาหลายเดือน เจ้าหน้าที่ได้ติดตามสืบสวนมาจนกระทั่งพบว่านายเกรียงไกรฯได้กลับมามั่วสุมกับเพื่อนกลุ่มแก๊งวัยรุ่นใกล้กับชุมชนเดิมอีก โดยพักอาศัยอยู่บริเวณหน้าเพิงพักริมคลองภายในหมู่บ้าน แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพมหานคร 
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้วางแผนเข้าทำการจับกุม นายเกรียงไกรฯ ได้ที่บริเวณดังกล่าว สอบถามเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่าตนเคยก่อเหตุในลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้งตั้งแต่ปี 2567 โดยร่วมกับเพื่อนและรุ่นพี่ในกลุ่มตระเวนลักรถจักรยานยนต์ในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร และพื้นที่ใกล้เคียง เนื่องจากเป็นแหล่งชุมชนและมีโรงงานจำนวนมาก ทำให้ง่ายต่อการก่อเหตุ จากนั้นจะนำรถที่ขโมยมาได้ไปขายต่อให้กับผู้รับซื้อในราคาคันละ 10,000 บาท  โดยจะแบ่งเงินกับเพื่อนคนละ 5,000 บาท

ซึ่งรถจักรยานยนต์ที่ถูกขโมยจะถูกนำส่งต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน (ประเทศลาว) ส่วนเงินที่ได้มาจะนำไปใช้เที่ยวเตร่ แข่งรถ และมั่วสุมกับกลุ่มเพื่อน เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมข้อมูลจากคำให้การของผู้ต้องหาเพื่อขยายผลหาเครือข่ายกลุ่มผู้รับซื้อต่อไป จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.โคกขาม เพื่อดำเนินคดีให้ได้รับโทษตามกฎหมายต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ในชั้นจับกุมผู้ต้องหาให้รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
เตือนภัย ฝากเตือนภัยพี่น้องประชาชนให้ใช้ความระมัดระวังในการจอดรถจักรยานยนต์ค้างคืนไว้ตามพื้นที่เสี่ยงต่างๆ เช่น บริเวณริมถนน ลานจอดที่เป็นสาธารณะไม่มีเจ้าหน้าที่ รปภ.เฝ้า หรือพื้นที่สาธารณะอื่นๆ ที่ไม่มีรั่วรอบขอบชิดแน่นหนา โดยแนะนำว่าหากมีความจำหลีกเลี่ยงไม่ที่จำเป็นต้องจอดรถในพื้นที่ดังกล่าว ให้ติดตั้งอุปกรณ์สำหรับกันขโมยรถจักรยานยนต์ (ดิสล็อค) ไว้ทุกครั้ง เพื่อช่วยลดความเสี่ยง ยากต่อการที่คนร้ายก่อเหตุได้