“โคก หนอง นา” ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในหลวงร.9 ช่วยฝ่าคลื่นมรสุมรุมเร้า "ทุกวิกฤต"ที่โลกกำลังแบ่งแยกอำนาจ 2 ขั้ว

นายทศพล ขวัญรอด ประธานภาคีเครือข่ายชาวสวนยางพาราและสวนปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย (คยปท.) และเจ้าของโครการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โคก หนอง นา ต.ชะอวด อ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ได้ทำโครงการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงโคก หนอง นา จำนวน 6 ไร่ ทำพืชสวนครัวและทำนา 1 ไร่ บริโภคและนำออกขายได้สามารถดำรงชีพได้อย่างมีศักยภาพ และมีเหลือเพื่อกัลยาณมิตร
“ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงโคก หนอง นา สามารถรอดพ้นจากภาวะวิกฤติทุกวิกฤติ มหาอุทกภัยน้ำท่วมขังยาวได้ทุกปีมีกินมีใช้และยังเหลือไว้ช่วยเหลือกัลยาณมิตรที่ประสบภัยน้ำท่วมได้ทุกปี ยังขายได้เงินยามน้ำท่วม ในขณะนี้ที่คนจำนวนมากประกอบอาชีพไม่ได้ไม่มีรายได้”

นายทศพล กล่าวอีกว่า ท่ามกลางเกิดภาวะเศรษฐกิจทุกวิกฤติทุกสภาพนี้ก็จะยังรอดพ้น เพราะไม่มีค่าใช้จ่ายในการซื้อเพราะผลิตเองกินได้ ซึ่งตอนนี้แนวคิดโครงการได้ขยายไปหลายพื้นที่ตามหมู่บ้านในการทำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และยังอยู่ระหว่างดำเนินการระบบนารวม เพื่อความมั่นคงทางด้านอาหาร
“สภาพประเทศและโลกมีแต่ทุกสงคราม ทั้งสงครามเศรษฐกิจ สงครามสังคม สงครามการเมือง และสงครามความมั่นคง และมีแนวโน้มสูงว่าจะเกิดสงครามใหญ่หรือสงคราม แต่ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงโคก หนอง นา จะสามารถฝ่าวิกฤติไปได้ เพราะมีอาหารกิน และเครือข่ายของ คยปท. และเครือข่ายอีกหลายสาขา ต่างเริ่มทำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงโคก หนอง นา ไว้รองรับกับทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะสงครามสำคัญคือประเทศตะวันออกกลางที่คุมพลังงานโลก ตรงตะวันออกกลางมีปัญหา ทั้งโลกก็ประสบปัญหา ซึ่งทุกวันนี้ต่างประสบโดยตรงชัดเจน” นายทศพล กล่าว

แหล่งข่าวรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ได้พบและมีการพูดคุยกับนักศึกษาต่างประเทศ ไทย อิหร่าน และกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง เมื่อประมาณเกือบ 20 ปีก่อน ซึ่งได้ระบุว่า อิหร่านกลุ่มประเทศมหาอำนาจตะวันตกและกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับในฐานะผู้ถูกครอบงำและผันหลังให้ จะมีความเห็นต่างและเป็นปฏิปักษ์กับอิหร่านและต่อคำถามที่ว่าอิหร่านมีสิ่งใดที่จะปกป้องตนเอง ได้รับคำตอบว่า อาวุธนิวเครียร์ไม่มีแต่มีอาวุธที่มีศักยภาพอานุภาพทัดเทียมนิวเครียร์ และยังกล่าวว่าอิหร่านเทิดทูลหลักสัจจธรรม และระลึกถึงคำสอนว่าอิหร่านต้องประสบกับสงคราม และประเทศจะได้รับความเสียหายหนักมากจากการกระทำของผู้รุกราน และในที่สุดจะเกิดสงคราม
“คราวนั้นเงินตรา ดอลล่าร์ จะไม่มีค่า แต่สิ่งที่มีค่าสูงสุดคือขนมปัง” เขา ระบุ

นายทศพล ยังระบุต่อไป ภาวะสงครามที่ต่างรายล้อมอยู่บนหน้าแผ่นดินจากผู้ผันหลังให้ ก็จะเกิดแผ่นดินสูบ ซึ่งนัยยะที่พิสูจน์ทราบได้แล้ว คือสถานการณ์สงคราม ได้สร้างความหายนะให้กับผู้รุกรานที่ตั้งฐานทัพและทรัพยากรบนหน้าแผ่นดินนั้น ตั้งแต่ UAE ซาอุดีอารเบีย คูเวต จอร์แดน บาห์เรน การ์ต้า อิสราเอล
“เมื่อ 20 ปีก่อนว่าทะเลฮอร์มุซ ทะเลแดง จะเป็นทะเลสีเลือดที่จะถูกดำริขึ้นด้วยกลวิธีอันวิจิตรพิสดารเพริศแพร้วพรรณาราย ก็ได้เป็นไปตามนัยยะที่เกิดขึ้นที่ได้พิสูจน์ทราบเช่นกัน และก็พูดว่า 100 ปีที่แล้ว จะต่างกับยุค คศ.นี้”

สถานการณ์สงครามจะไม่จบยังมีภาระกิจของอิสลามที่จะเข้าร่วมรับไม้ต่อ หากอิหร่านเริ่มอ่อนตัว แต่ขณะนี้อิหร่านยังเข้มแข็งยาวนานได้ เนื่องจากกขบวนารใต้ดินที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาชน หรือ ขบวนการภราดรภาพมุสลิม Ikhwan Muslim ที่ต้องทำงานใต้ดินเพราะผู้ปกครองรัฐได้มีความเห็นต่างและยังได้ขัดขวางถึงกับมีโทษทางสมาชิกขบวนการจึงลงใต้ดิน
นอกจากนี้ยังได้ระบุถึงอาฟกานิสถาน ขบวนการ Taliban อยู่ระหว่างขับเคลื่อนโครงการ P 2020 และถัดไปจะได้ยืนอันดับต้น ๆ ในภูมิภาคย่านนี้ แล้วรอคอยต่อยอดดำเนินภาระกิจต่อในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ในฐานะประเทศหนึ่งที่ถูกผู้รุกรานใช้ Chock and Awe ร่วม 20 ปี เรื่องอดีตยังอยู่ในบันทึกความจำ

“ปริศนา P 2020 มีนัยยะว่ามหาอำนาจกำลังถ่ายทอด P2020ไม่รองใครและอาจจะเหนือกว่าบางประเทศและทัดเทียมกัน”
ปัจจัยสำคัญที่รัฐอ่าวมีสภาพวันนี้ เพราะถูกครอบงำอำนาจอธิปไตย การเมือง การทหาร เศรษฐกิจ สังคม และปัญญา จากลุ่มเงามืดรัฐมืดรัฐซ้อนรัฐ และเงามืดซ่อนรัฐบาล
“เงื่อนไขคือสร้างตัวละครสงครามและทำเกิดเงื่อนไขสงครามต่อเนื่องเพื่อความชอบธรรมในการครอบงำทั้งมวล มีเงื่อนไขสงครามก็จะมีความชอบธรรมที่จะอยู่ในแผ่นดินศูนย์กลางอำนาจโลกและควบคุมโลก กลุ่มผู้มีอำนาจรัฐในอ่าว ไม่ต่างกับตัว Nominee”
อิหร่านจึงมีจุดแข็งมีอานุภาพแสนยานุภาพ ที่ไม่จำเป็นต้องไปถึงแผ่นดินแม่ แผ่นดินตรงหน้าตรงหลังรายล้อมแท้จริงคือแผ่นดินแม่ของผู้รุกราน จึงหมากตัวสำคัญที่วางเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันอันทรงคุณค่าระดับโลก เพราะอ่าวคือศูนย์พลังงานโลกที่สามารถคุมโลกได้.

“ทางออกที่ทรงพลัง และหอมหวนไปยังทุกฝ่ายบนหน้าแผ่นโลกนี้ กลุ่มรัฐอ่าวจะต้องถอดหลักหมุดที่ถูกตอฝังกลบลุกขึ้นออกมาจากผู้รุกราน ด้วยเวลายามนี้ย่อมสุกงอมอันเป็นโอกาสทองที่ไม่สามารถหาได้อีกแล้ว แล้วหมู่ประชาชน ภาคประชาสังคม และผู้นำจิตวิญญาณ ฯลฯ ที่จะสร้างเกียติภูมิบนหน้าแผ่นดินได้อย่างงดงาม”.

