โค้งสุดท้ายรถพุ่มพวงปราจีนฯ แห่ลงทะเบียน "ไทยช่วยไทยพลัส" รับค่าน้ำมันฟรี-สินค้าประหยัด

โค้งสุดท้ายรถพุ่มพวงปราจีนฯ แห่ลงทะเบียน "ไทยช่วยไทยพลัส" รับค่าน้ำมันฟรี-สินค้าประหยัด





Image
ad1

ปราจีนบุรี – นายอำเภอเมืองปราจีนบุรีเผย บรรยากาศวันสุดท้ายลงทะเบียน “รถพุ่มพวง ไทยช่วยไทย” คึกคัก พบคนตัวเล็ก 12 รายขานรับนโยบายรัฐ หวังบัตรเติมน้ำมันและชุดสินค้าฟรีช่วยต่อลมหายใจ หลังเผชิญวิกฤตค่าครองชีพและพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน ด้านพ่อค้า-แม่ค้าโอดต้นทุนน้ำมันพุ่ง-ลูกค้าหนีไปใช้บัตรสวัสดิการฯ ที่ร้านค้าถาวร

เมื่อเวลา 18.35   น. วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดปราจีนบุรี    ถึงบรรยากาศโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ซึ่งเป็นนโยบายล่าสุดของรัฐบาลที่นำรถเร่  หรือ   "รถพุ่มพวง" มาเป็นกลไกกระจายสินค้าราคาประหยัดส่งตรงถึงหน้าบ้านประชาชน โดยวันนี้ถือเป็นวันสุดท้ายของการลงทะเบียนออนไลน์ผ่านเว็บไซต์กรมการปกครอง (ระยะเวลาสมัคร 1–7 พฤษภาคม 2569)

รถพุ่มพวงที่เข้าร่วมโครงการนี้ เปรียบเสมือนซูเปอร์มาร์เก็ตเคลื่อนที่ที่คัดสรรสินค้าจำเป็นมาอย่างครบถ้วน ทั้งหมวดของสด เช่น เนื้อหมู ไก่สด ปลาทู ไข่ไก่ ผักสดนานาชนิด รวมถึงผักพื้นบ้านอย่างใบขี้เหล็กต้มและหน่อไม้ปี๊บ หมวดเครื่องปรุงและอาหารแห้งไซส์เล็กประหยัดเงิน และหมวดของใช้ในครัวเรือนแบบซองที่เหมาะกับกำลังซื้อของชาวบ้าน นอกจากนี้ยังมีสินค้าพิเศษตามพื้นที่ เช่น มังคุด มะไฟ และของป่าตามฤดูกาลจากสวนในจังหวัดปราจีนบุรี

นายธงชัย บุตรวงษ์ นายอำเภอเมืองปราจีนบุรี เปิดเผยว่า โครงการนี้รัฐสนับสนุนค่าน้ำมันตามขนาดรถ ตั้งแต่ 1,000 – 3,000 บาทต่อเดือน รวมถึงมอบชุดสินค้าเริ่มต้นฟรีเพื่อให้ไปจำหน่ายต่อภายใต้สัญลักษณ์ "ธงฟ้าเคลื่อนที่" ซึ่งเป็นความพยายามที่จะลดภาระค่าครองชีพผ่านช่องทางที่เข้าถึงระดับรากหญ้าได้ดีที่สุด โดยความพิเศษของสินค้าประหยัด (ธงฟ้า) จะเป็นสินค้าที่รัฐสนับสนุนผ่านห้างสมัยใหม่ อาทิ ข้าวสารคัดพิเศษ น้ำมันพืช และน้ำตาลทราย เพื่อจำหน่ายใน "ราคาควบคุม" โดยสินค้าจะถูกพ่วงแขวนไว้รอบรถเป็นจุดเด่นให้ลูกค้าสังเกตได้ง่าย

จากการสำรวจความตื่นตัวในพื้นที่อำเภอเมืองปราจีนบุรี พบผู้ประกอบการลงทะเบียนแล้วรวม 12 ราย แบ่งเป็นรถยนต์ 10 คัน และรถพ่วงข้าง 2 คัน โดยพื้นที่ ต.บ้านพระ มีความหนาแน่นที่สุดเข้าร่วม 3 คัน รองลงมาคือ ต.โนนห้อม และ ต.ดงขี้เหล็ก ขณะที่ตำบลอื่นๆ อย่างท่างาม, รอบเมือง, บางบริบูรณ์, โคกไม้ลาย และบางเดชะ ต่างส่งตัวแทนเข้าร่วมพื้นที่ละ 1-2 คัน

อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังการปรับตัวสู่ระบบดิจิทัลนี้เต็มไปด้วยความท้าทาย นางสาวบุศรินทร์ เจริญวัฒนดุล อายุ 60 ปี ผู้ประกอบการรถพุ่มพวงรายหนึ่ง สะท้อนระหว่างมารอรับสินค้าหน้าตลาดสดค่ายจักรพงษ์ว่า ปัจจุบันกำไรเป็นเพียงการ "ถัวเฉลี่ย" เนื่องจากต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้น และพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนไปใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามร้านค้าถาวรมากกว่าจะอุดหนุนรถเร่

นางสาวบุศรินทร์ เจริญวัฒนดุล 

ด้าน นางวิมล จาลุย หรือ "พี่ลี่" อายุ 41 ปี อดีตสาวโรงงานที่ผันตัวมาขับรถพุ่มพวงร่วมกับสามี วิ่งรอกในพื้นที่หมู่บ้านคลองเรือ เนินไฮ และห้วยเกษียร ต.ดงขี้เหล้ก อ.เมืองปราจีนบุรี   เปิดเผยด้วยรอยยิ้มว่า "หนูคิดว่าโครงการนี้มีแต่ผลดี ผลเสียไม่มีเลยค่ะ ช่วยได้หลายทางจริงๆ โดยเฉพาะค่าน้ำมันที่เป็นต้นทุนหลัก แม้บางวันกำไรไม่ถึงพันบาทแต่การมีรัฐมาช่วยเติมเต็มส่วนต้นทุนก็ทำให้มีแรงสู้ต่อ หนูให้คะแนนเต็ม 100 เลยค่ะ"

ขณะที่ คุณบุญรอด ทองโสม หรือ "ตาเอพ" วัย 62 ปี อดีตพลทหารที่ขับจักรยานยนต์เร่ขายผลไม้และผักจากสวนตามแคมป์คนงานและโรงพยาบาล กล่าวว่า ปัจจุบันกำลังซื้อหลักจากแรงงานข้ามชาติลดน้อยลงจนยอดขายเงียบเหงา แต่การที่รัฐสนับสนุนค่าน้ำมัน 1,500 บาท (สำหรับรถ Size M) ถือเป็นแรงใจสำคัญ โดยตนยังคงเน้นขายสินค้าคุณภาพอย่างใบขี้เหล็กที่ต้มและปั้นเองถุงละ 20 บาท เพื่อรักษาลูกค้าประจำ

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่ลงทะเบียนออนไลน์เรียบร้อยแล้ว จะต้องดำเนินการตามเงื่อนไขสุดท้าย คือการนำรถและใบสมัครที่ผ่านการเซ็นรับรองจากกำนันหรือผู้ใหญ่บ้าน ไปแสดงตัวตน ณ ที่ว่าการอำเภอเมืองปราจีนบุรี ภายในเวลา 16.30 น. ของวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 เพื่อรับสิทธิประโยชน์และเริ่มปฏิบัติหน้าที่เป็นเส้นเลือดฝอยทางเศรษฐกิจนำความช่วยเหลือจากรัฐสู่ประตูบ้านประชาชนในถิ่นทุรกันดารต่อไป

โดย....มานิตย์   สนับบุญ -ข่าว/ณัฐนันท์ – ภาพ /ปราจีนบุรี