“ใต้ผืนแผ่นดินไทย... คือสมบัติของชาติ ไม่ใช่ขุมทรัพย์ส่วนตนของใคร!”

ปราจีนบุรี – “ใต้ผืนแผ่นดินไทย... คือสมบัติของชาติ ไม่ใช่ขุมทรัพย์ส่วนตนของใคร!” คำประกาศนี้กำลังดังกระหึ่มไปทั่วผืนป่าและเนินเขาในอำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี หลังเกิดกระแสลักลอบขุดหาแร่ทองคำเถื่อนอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย จนภาครัฐต้องส่งสัญญาณเตือนภัยขั้นเด็ดขาด เปิดฉากปฏิบัติการกวาดล้างเพื่อหยุดยั้งกลุ่มทุนที่หมายปองทรัพยากรอันทรงคุณค่าของแผ่นดิน

เมื่อเวลา 21.50 น.วันที่ 30 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรีความคืบหน้าจากกรณี เพจสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี เปิดเผยว่า นายอภิรักษ์ อ่ำสุริยะ อุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี ได้มอบหมายให้ นางสาวปริศนา อนุกูลญาติ เจ้าพนักงานทรัพยากรธรณีชำนาญงาน นำพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ. แร่ พ.ศ. 2560 บูรณาการกำลังร่วมกับ

• สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดปราจีนบุรี (พศ.)
• กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดปราจีนบุรี (กอ.รมน.)
• เจ้าอาวาสวัดหนองไผ่ล้อม

คณะเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ ณ บริเวณพิกัด 13.972764, 101.906917 หมู่ที่ 7 ตำบลบ้านนา อำเภอกบินทร์บุรี ซึ่งถูกระบุว่าเป็นจุดที่มีการลักลอบทำเหมืองทองคำเถื่อน

การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้เร่งปูพรมตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ในโฉนดที่ดิน พร้อมส่งตัวอย่างดินไปยัง สำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่เขต 8 ชลบุรี เพื่อพิสูจน์ชั้นดินทางวิทยาศาสตร์ว่ามีแร่ทองคำปะปนอยู่จริงหรือไม่ โดยอุตสาหกรรมจังหวัดเน้นย้ำว่า หากยืนยันว่าเป็นแร่ทองคำจริง จะดำเนินคดีตาม พ.ร.บ. แร่ พ.ศ. 2560 อย่างเด็ดขาดโดยไม่มีการละเว้น

ต่อมา วันเดียวกัน นายสุนทร คมคาย หรือเกษตรแหลม ประธานอาสาสมัครพิทักษ์สิ่งแวดล้อม อ.กบินทร์บุรี ได้ลงพื้นที่สำรวจจุดเกิดเหตุบริเวณบ้านบุเสี้ยวตามพิกัดดังกล่าว ซึ่งครอบคลุมเนื้อที่กว้างขวางราว 50 ไร่ พบร่องรอยการใช้รถแมกโครขุดเปิดหน้าดินเป็นบ่อขนาดใหญ่กระจายอยู่ทั่วบริเวณ ลักษณะคล้ายโครงการ “โคกหนองนา” หรือการปรับพื้นที่สุ่มหาแนวสายแร่

นายไทกร พลสุวรรณ ยูทูบเบอร์และนักเคลื่อนไหวทางการเมือง
นายสุนทรประเมินว่า พฤติกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นมานานนับปีแล้ว โดยกลุ่มนายทุนได้ถอนกำลังและนำเครื่องจักรหนักออกจากพื้นที่ไปก่อนหน้านี้ ทิ้งไว้เพียงบ่อขุดร้าง โดยมีชาวบ้านในท้องถิ่นประมาณ 4-5 คน เข้ามาเสี่ยงดวงใช้ "เรียง" แลกหาเศษเกล็ดทองคำตามขี้แร่ อย่างไรก็ตาม ทันทีที่มีบุคคลแปลกหน้าเข้าไป ชาวบ้านต่างแสดงอาการหวาดกลัวและปฏิเสธที่จะร่อนทองให้เห็นเนื่องจากเกรงกลัวความผิดทางกฎหมาย ตามรายละเอียดที่ได้นำเสนอไปแล้ว นั้น

นายสุนทร คมคาย หรือเกษตรแหลม ประธานอาสาสมัครพิทักษ์สิ่งแวดล้อม อ.กบินทร์บุรี
ความคืบหน้าล่าสุด ช่วงกลางดึก เวลา 22.00 น. พบช่องยูทูปนายไทกร พลสุวรรณ ยูทูบเบอร์และนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้ออกมาเผยแพร่คลิปวิดีโอติดตามสถานการณ์ โดยระบุว่า เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตามข้อร้องเรียน แต่การแจ้งล่วงหน้าทำให้กลุ่มผู้กระทำผิดไหวตัวทัน

พร้อมกันนี้ นายไทกร ได้ตั้งข้อสังเกตถึงการทำงานของสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดปราจีนบุรีในตอนแรกว่า เหตุใดจึงไม่ส่งเจ้าหน้าที่เข้าร่วมส่องสำรวจ ทั้งที่เป็นการบุกรุกพื้นที่ของวัดพระธรรมกาย พร้อมเรียกร้องให้ทาง พศ. และจังหวัดปราจีนบุรี ออกมาชี้แจงให้ชัดเจนว่า ที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นที่ดินของวัด หรือเป็นที่ธรณีสงฆ์กันแน่ โดยยืนยันว่าตนมีคลิปหลักฐานเห็นหน้าผู้ก่อเหตุชัดเจน และพร้อมจะติดตามเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง

ผู้สื่อข่าวรายงาน จากข้อมูลพิพิธภัณฑ์ตำบลบ่อทอง และบันทึกท้องถิ่นระบุว่า พื้นที่บ้านบุเสี้ยว ต.บ้านนา อ.กบินทร์บุรี ตั้งอยู่ห่างจากแหล่งเหมืองทองคำโบราณบ้านบ่อทองเพียง 10 กิโลเมตร พาดผ่านแนวสายแร่ธรรมชาติซึ่งในอดีตเคยขุดพบเกล็ดทองคำและทองก้อนลักษณะคล้าย "หยดเทียน"
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อไป ย้อนรอยประวัติศาสตร์เหมืองทองกบินทร์บุรี

• พ.ศ. 2416 (รัชกาลที่ 5): พระปรีชากลการ (สำอาง อมาตยกุล) เจ้าเมืองปราจีนบุรี นำเทคโนโลยีขุดเหมืองแบบเปิด (Open Cut) มาใช้ จนเกิดเป็น "บ่อสำอาง" และตัดถนนลำเลียงแร่ไปถลุงริมวัดหลวงปรีชากูล ส่งเข้ากรมกระษาปน์สิทธิการ
• ยุคบริษัทฝรั่งเศส: เข้ามาขุดเหมืองอุโมงค์ใต้ดิน เกิดปล่องเหมืองโบราณ เช่น บ่อมะเดื่อ บ่อขี้เหล็ก บ่อพอก และบ่อกวาง
• พ.ศ. 2497 - 2499: กรมโลหกิจ (กรมทรัพยากรธรณี) ฟื้นฟูเหมือง สามารถผลิตทองคำได้สูงถึง 54.67 กิโลกรัม
• พ.ศ. 2517: กรมทรัพยากรธรณีเจาะสำรวจชั้นหิน ยืนยันพบสายแร่ควอร์ตซ์สีขาวที่มีแร่ทองคำ แร่เงิน และแร่ไพไรต์ ยาวต่อเนื่องใต้ผืนดินถึง 4.4 กิโลเมตร

ปฏิบัติการสนธิกำลังเข้าตรวจสอบจุดลักลอบทำเหมืองเถื่อนที่บ้านบุเสี้ยวในครั้งนี้ จึงนับเป็นก้าวสำคัญของภาครัฐและชุมชนในการร่วมมือกันปราบปรามกลุ่มผู้แสวงหาผลประโยชน์โดยผิดกฎหมาย เพื่อปกป้องทรัพย์ในดินและสมบัติของแผ่นดินไทยให้คงอยู่สืบไป

### มานิตย์ สนับบุญ 081 -5583238/ ปราจีนบุรี ###

