สสส.ดูแลสุขภาพใจคนเมือง จัด “ปัดใจดีดี” 14 พื้นที่ทั่วประเทศ สร้างภูมิคุ้มกันทางใจรับมือความเครียด

สสส. เดินหน้าดูแล “สุขภาพใจคนเมือง” จัดกิจกรรม 14 พื้นที่ทั่วประเทศ ภายใต้แนวคิด “ปัดใจดีดี” สร้างพื้นที่พักใจ ลดความเครียด พร้อมเสริมพลังชีวิตให้ประชาชนรับมือแรงกดดันในสังคมเมือง
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) แผนงานสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ (สำนัก 2) ร่วมกับภาคีเครือข่ายขับเคลื่อนการสร้างเสริมสุขภาพใจในสังคมเมือง ผ่านกิจกรรม “ปัดใจดีดี เคล็ดลับคนแกร่งเมือง” โดยมุ่งสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางใจ (Safe Space) ให้ประชาชนได้หยุดพักจากความเร่งรีบ ความเครียด และความไม่แน่นอนของชีวิต พร้อมพัฒนาเครื่องมือดูแลสุขภาพจิต และสร้างระบบนิเวศการดูแลใจผ่าน “เครือข่าย” สังคมออนไลน์ ส่งเสริมความสัมพันธ์พลังใจที่เกื้อหนุนกัน

การดำเนินงานใน 14 พื้นที่ ยึดกรอบแนวคิด “HERO+N” ประกอบด้วย Hope (ความหวัง) Efficacy (ความเชื่อมั่นในความสามารถของตนเอง) Resilience (ความยืดหยุ่นทางใจ) Optimism (การมองโลกในแง่ดี) และ Network (เครือข่ายความสัมพันธ์) โดยผสานกับแนวคิด “ปัดใจดีดี” ที่ชวนให้ผู้เข้าร่วม “ปัด” ความคิดลบและความเครียดออกจากใจ เพื่อเปิดพื้นที่ให้สิ่งดีดีเข้ามาเติมพลัง และสร้างสมดุลชีวิต
กลุ่มเป้าหมายสำคัญที่โครงการมองเห็นว่าเป็นผู้ได้รับผลกระทบทางสุขภาพใจที่ควรโครงการควรเข้าไปดำเนินงานเชิงรุก คือ แรงงานเมือง คนไร้สัญชาติ กลุ่มเปราะบาง และผู้ได้รับผลกระทบจากสิ่งแวดล้อม เช่น PM2.5 ในพื้นที่เมืองใหญ่สำคัญ อาทิ เชียงใหม่ เชียงราย ขอนแก่น ภูเก็ต คลองเตย พัทยา โดยร่วมกับเครือข่ายวิชาการและสุขภาพในพื้นที่ ผ่านกิจกรรมโดยตรง และการสื่อสารผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่างต่อเนื่อง

ภายในงานมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์จาก รศ. ดร.ฐาศุกร์ จันประเสริฐ อ. ดร.สิทธิพร ครามานนท์ และคุณณอห์ณ จินดาโชติ ที่สะท้อนภาพ “ความเครียดคนเมือง” ซึ่งเกิดจากทั้งงาน ความสัมพันธ์ และแรงกดดันทางสังคม

อ. ดร.สิทธิพร ครามานนท์ กล่าวว่า คนเรามีศักยภาพ มีความหวังอยู่แล้ว แต่บางครั้งความทุกข์มันใหญ่จนบังสิ่งเหล่านั้นไว้ ถ้าเราค่อย ๆ มองกลับมาเห็นสิ่งที่เรายังมีอยู่ เราจะเริ่มกลับมายืนได้อีกครั้ง
ด้าน คุณณอห์ณ จินดาโชติ ระบุว่า ความหวังไม่ใช่การมองโลกสวย แต่คือการมองโลกตามความเป็นจริง แล้วหาสิ่งดี ๆ ที่ยังมีอยู่ให้เจอในแต่ละวัน สิ่งเล็ก ๆ แบบนี้แหละที่ช่วยให้เราเดินต่อไปได้

ขณะที่ รศ.ดร.ฐาศุกร์ จันประเสริฐ ชี้ว่า โครงการนี้เป็นการพัฒนา “ทุนทางใจ” ของคนในเมือง ผ่านกิจกรรมที่เน้นการสร้างความหวัง ความเชื่อมั่นในความสามารถของตนเอง การฟื้นตัว โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมในพื้นที่และติดตามผลต่อเนื่องผ่านสื่อออนไลน์ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมและคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน หลักการสำคัญคือ เปลี่ยนจาก “สิ่งที่ขาด” เป็น “สิ่งที่มี” หนึ่งในแนวคิดสำคัญคือการเปลี่ยนวิธีคิด จากการมองสิ่งที่สูญเสีย ไปสู่การมองสิ่งที่ยังคงอยู่ แม้บางคนจะสูญเสียคนสำคัญในชีวิต แต่ยังมีครอบครัว มีคนที่ต้องดูแล หรือมีบทบาทใหม่ในชีวิต สิ่งเหล่านี้สามารถกลายเป็น “พลัง” ในการก้าวต่อไปได้

ภายในงานยังมีกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพใจ อาทิ “กระดานแห่งความฝัน” “คนในกระจก” “ต้นไม้แห่งพลังใจ” “Future Postcard” “โต๊ะกลมคนแกร่งเมือง” และ “คลินิกหัวใจ” ซึ่งช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้สำรวจตนเอง ทบทวนชีวิต และสร้างความเชื่อมโยงกับผู้อื่น
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสะท้อนว่า การมี “พื้นที่พักใจ” และการได้พูดคุยแลกเปลี่ยน ทำให้มองเห็นว่าทุกคนล้วนเผชิญปัญหาไม่ต่างกัน และช่วยลดความรู้สึกโดดเดี่ยว พร้อมเติมพลังใจให้กลับไปใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคง

การดำเนินงานของ สสส. และภาคีเครือข่ายในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวของการขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพใจ ที่ให้ความสำคัญกับ “ปัจจัยแวดล้อมของคนเมือง” รวมถึงกลุ่มที่เผชิญปัญหาสิ่งแวดล้อมและแรงกดดันรอบด้านในชีวิตประจำวัน โดยมุ่งเสริม “ภูมิคุ้มกันทางใจ” หรือ Resilience เพื่อให้ประชาชนสามารถรับมือกับปัจจัยที่รุมเร้า และใช้ชีวิตท่ามกลางความท้าทายของสังคมเมืองได้อย่างเข้มแข็ง
ติดตามเรื่องราวเสริมสร้างพลังใจคนเมืองได้ที่ Facebook: PadJaiDD

