ขอเล่าเรื่อง "เหล้าเหมาไถจีน" ที่โด่งดังทั่วโลก และ เหล้าขาวไทยที่ยังคงยืนยงตลอดไป

ขอเล่าเรื่อง "เหล้าเหมาไถจีน" ที่โด่งดังทั่วโลก และ เหล้าขาวไทยที่ยังคงยืนยงตลอดไป





Image
ad1

วันนี้ผมเปิดดูมือถือ ที่มีการนำเสนอเรื่องราวของเหล้า "เหมาไถ"ของประเทศจีน

ผมรู้เรื่องราวของเหล้าชนิดนี้มาบ้าง เคยซื้อมาจากเมืองจีนตอนเปิดประเทศแรกๆ จึงไปเปิดตู้ดู เป็นกล่องแบบเดียวกันกับที่ดูจากมือถือหลาย10 ปีแล้วไม่มีการเปลี่ยนฉลากเพราะกล่องได้มาตรฐานอยู่แล้ว

ผมจึงไปค้นเรื่องราวของเหล้าเหมาไถ มาเผยแพร่ต่อดังนี้

เหมาไถ(Maotai) สุราประจำชาติของจีนที่โด่งดังระดับโลกเป็นเหล้าขาวประเภทไป๋จิ่ว (Baijiu) ที่ผลิตจากข้าวฟ่างและสาลี่โดยมีประวัติศาสตร์ยาวนานและมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเมืองและการพูดของจีน

จุดกำเนิดและประวัติศาสตร์ยุคต้น

แหล่งกำเนิดผิดขึ้นที่ตำบลเหมาไถในมณฑลกุ้ยโจวทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีนซึ่งมีสภาพอากาศและแหล่งน้ำจากแม่น้ำ"ฉือสุ่ย"ที่เหมาะสมต่อการหมักสุรา

อายุนับพันปีแม้จะมีประวัติศาสตร์ในพื้นที่นี้มานานกว่า 200 ปีแต่เทคนิคการกลั่นที่เป็นเอกลักษณ์เริ่มชัดเจนขึ้นในช่วงราชวงศ์ชิงค.ศ 1644 -1912 เมื่อโรงกลั่นท้องถิ่นเริ่มนำกรรมวิธีชั้นสูงมาใช้
บทบาทสำคัญในการเมืองและการทูต

เหล้าของกองทัพในช่วงการเดินทัพทางไกล Long March ทหารของพรรคคอมมิวนิสจีนได้ใช้หมอไถเพื่อดื่มสร้างขวัญกำลังใจและใช้ล้างแผลเพื่อฆ่าเชื้อโรค

สุราประจำชาติในปีคศ 1951 หมอไทยได้รับการยกย่องให้เป็นสุราประจำชาติจีนอย่างเป็นทางการ

สะพานเชื่อมความสัมพันธ์

หมอทายถูกใช้ในงานเลี้ยงรับรองระดับโลกมากมายเช่นงานเลี้ยงต้อนรับประธานาธิบดีริชาร์ด nissan ในปี 1972 ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเปิดความสัมพันธ์จีน-สหรัฐ

ส่วนเหล้าขาวของรัสเซียที่ขึ้นชื่อก็คือวอดก้า VODKA แต่การหนักและการกลั่นแตกต่างกันวันนี้จะไม่พูดถึงเหล้า วอดสวน

ส่วนไทยก็คือเหล้าขาวเหล้ากลั่นนั่นเอง

ทุกวันนี้เหล้าขาวหรือสุราขาวใช้กากน้ำตาลMolassesเป็นวัตถุดิบหลักที่นิยมที่สุดในอุตสาหกรรมเหล้าขาวทั่วไป

ส่วนเหล้าขาวที่ชาวบ้านกลั่นกันเองเมื่อสมัยก่อนนั้นจะใช้ข้าวมานึ่งมาหมักแล้วก็นำมากลั่น

"ผมได้สัมผัสการกลั่นเหล้าขาวมาจริง"

เริ่มเรื่องเลยนะ

สมัยก่อนยังไม่มีเบียร์มีเหล้าขาวที่ออกจำหน่ายทั่วไป ให้กับชาวบ้านและผู้ใช้แรงงานดื่มกัน

สมัยก่อนสุราขาว

โครงการสุราตังฮั้วจังหวัดสุรินทร์ ดังมาก ผมเป็นเด็กอยู่บ้านนอก หลังฤดูเก็บเกี่ยวชาวบ้านจะมาซื้อเหล้าขาวตั้งหัวตั้งวงกินกันอยู่หน้าบ้านเป็นขวดขนาดเบียร์ขวดเล็กจำได้ว่าขวดละ 4 บาทนั่งกับพื้นบ้านที่ปูด้วยไม้กระดาน วงใครวงมัน

ในการดื่มนั้นก็จะลิ้นใส่จอมีอยู่ดอกเดียวก็จะมีคนเล่นแจกแต่คนเล่นต้องดื่มด้วยป้องกันกินยาสั่งหรือยาพิษ

ขณะเดียวกันที่บ้านเตี่ยผมก็จะต้มเหล้าเถื่อนปนกับสุราตังฮั้วขายด้วย โดยใช้ขวดของสุราตังฮัวนั่นแหละบรรจุเหล้า

ชาวบ้านมักจะเลือกซื้อเหล้าที่เดี๋ยวผมกลั่นเพราะกลั่นด้วยข้าวเจ้า

วิธีการทำเหล้าขาวของเตี่ยผมมีขั้นตอนดังนี้

เอาข้าวใส่หวดไปนึ่ง เมื่อสุกแล้วเอามาผึ่งกับกระด้ง เมื่อหายร้อนแล้วก็จะเอาแป้งเหล้าซึ่งเรียกว่ายีสต์นั่นแหละทำให้ละเอียดใส่ตะแกรงโรยลงไปในข้าวคลุกเคล้าให้เข้ากันแป้งเหล้านั้นก็จะประกอบด้วยยาสมุนไพรหลายอย่าง

ซึ่งเตี่ยผมทำเองวันหลังผมจะเอามาเขียนว่ามีอะไรบ้าง จากนั้นก็เอาไปใส่หายเติมน้ำร้อนหมักเอาไว้ จนมันได้กำหนดก็จะเอาข้าวที่หมักไว้เอามาต้มเพื่อการออกมาเป็นน้ำเหล้า น้ำเหล้าขวดแรกนั้นจะมีดีกรีสูงมากสูงกว่าขวดต่อๆไป เมื่อต้มเสร็จน้ำเหล้าขวดแรกกับน้ำเหล้าขวด

ที่สุดท้ายมาเทรวมกันก็เอาดีกรีมาวัดให้ได้ประมาณ 40 ดีกรีโดยเอาน้ำฝนที่รองไว้ในตุ่มนั้นมาเติมให้ได้ 40 ดีกรี จากนั้นก็บรรจุลงขวด ต้มครั่งเอาไม้ก็อกปิดขวดแล้วจิ้มลงน้ำครั่งปิดฝาก็กไว้ พอลูกค้ามาซื้อก็จะเอาเหล็กแหลมงัดฟ้าเพื่อเปิดขวดเหล้า แนบเนียนมาก

เป็นหมู่บ้านที่กันดาลห่างไกลจากความเจริญืไม่มีเจ้าหน้าที่เข้าไปสักเท่าใดนัก เมื่อมีเจ้าหน้าที่เข้ามาในพื้นที่แต่ก็จะให้คนไปเชิญมากินข้าวเรียนที่บ้าน

อุปกรณ์การต้มร้านเหล้าก็จะเก็บไว้ที่ใต้บ้านเอาไม้กระดานปิดพื้นบ้านเอาไว้

ความเป็นจริงแล้วเหล้าขาวไทยที่ใช้กรรมวิธีหมักและกลั่นด้วยแป้งซึ่งทำด้วยสมุนไพรที่มีประโยชน์แก่ร่างกาย

ใช้ดื่มก่อนอาหารนั้นจะบำรุงร่างกายได้ดีทีเดียว 

อย่างไรก็ตามเหล้าขาวมีราคาขวดละ 100 กว่าบาทซึ่งยังคงอยู่คู่กับคนไทยตลอดไป

เสนาะ วรรักษ์รายงาน