เลขาธิการ คปภ. มอบนโยบายจัดทำ OKRs ปี 2570 ย้ำต้อง “คิดให้ชัด พูดให้ชัด ทำให้จริง วัดผลให้ได้”

เลขาธิการ คปภ. มอบนโยบายจัดทำ OKRs ปี 2570 ย้ำต้อง “คิดให้ชัด พูดให้ชัด ทำให้จริง วัดผลให้ได้”





Image
ad1

เลขาธิการ คปภ. มอบนโยบายจัดทำ OKRs ปี 2570 ของสำนักงาน คปภ. ย้ำต้อง “คิดให้ชัด พูดให้ชัด ทำให้จริง วัดผลให้ได้” ขับเคลื่อนองค์กรไปสู่การบริหารที่มุ่งผลลัพธ์

นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำ Objectives and Key Results (OKRs) ประจำปีงบประมาณ 2570 ของสำนักงาน คปภ. ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4 - 5 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรมชาเทรียม ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ เพื่อมอบนโยบายและทิศทางการบริหารองค์กรแก่ผู้บริหารและผู้แทนทุกสายงานของสำนักงาน คปภ. โดยมุ่งสร้างความเข้าใจร่วมกันในการกำหนดเป้าหมายระดับสำนักงานให้เชื่อมโยงกับแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2569 -2573) และถ่ายทอดสู่การปฏิบัติของทุกหน่วยงานอย่างเป็นระบบ เพื่อขับเคลื่อนสำนักงาน คปภ. ไปสู่องค์กรที่บริหารจัดการด้วยผลลัพธ์ที่สามารถสร้างคุณค่าและผลลัพธ์ที่ประชาชนรับรู้และวัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม

เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า แผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 เปรียบเสมือนเข็มทิศของสำนักงาน คปภ. ที่กำหนดทิศทาง การดำเนินงานของทุกสายงานให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน และสามารถถ่ายทอดยุทธศาสตร์ระดับสำนักงานไปสู่ Objectives และ Key Results ของแต่ละหน่วยงานได้อย่างชัดเจน โดยทุก Objective ต้องสะท้อนผลลัพธ์ที่สำนักงาน คปภ. ต้องการสร้างให้แก่ประชาชน ภาคธุรกิจประกันภัย และประเทศ มากกว่าการมุ่งเน้นเพียงการดำเนินกิจกรรมหรือการปฏิบัติตามขั้นตอน ภายใต้หลัก “คิดให้ชัด พูดให้ชัด ทำให้จริง วัดผลให้ได้” รวมทั้งการติดตามความก้าวหน้าของภารกิจที่ทำอยู่อย่างต่อเนื่อง

โดยความท้าทายสำคัญของการจัดทำ OKRs ประจำปี 2570 คือ ด้วยบริบทของธุรกิจประกันภัยที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การกำกับดูแลต้องก้าวข้ามการตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายเพียงอย่างเดียว ไปสู่การกำกับดูแลเชิงรุกที่สามารถมองเห็นความเสี่ยงล่วงหน้า ประเมินผลกระทบต่อผู้เอาประกันภัยและเสถียรภาพของระบบประกันภัย และกำหนดมาตรการกำกับดูแลได้อย่างเหมาะสม ทันต่อสถานการณ์ และได้สัดส่วนกับระดับความเสี่ยง รวมถึงการกำหนดเป้าหมายที่ตอบโจทย์ประชาชนและสามารถวัดผลได้จริง โดยเน้นย้ำว่าทุกหน่วยงานต้องเริ่มต้นจากการตั้งคำถามว่า ภารกิจที่สำคัญที่สุดคืออะไร ประชาชนจะได้รับประโยชน์อะไร ผลลัพธ์ที่ต้องการคืออะไร และทรัพยากรที่มีอยู่ถูกใช้ในเรื่องที่สำคัญที่สุดหรือไม่ รวมถึงการตั้งโจทย์ที่ท้าทาย เพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถสร้างผลกระทบ (Impact) ต่อประชาชนได้มากกว่าเดิม

สำหรับทิศทางการดำเนินงานในปี 2570 เลขาธิการ คปภ. ได้กำหนดประเด็นสำคัญที่ทุกสายงานต้องร่วมกันขับเคลื่อน ได้แก่ การเพิ่มอัตราการเข้าถึงการประกันภัย (Insurance Penetration) การลดช่องว่างการเข้าถึงความคุ้มครอง (Protection Gap) การกำกับดูแลบริษัทประกันภัยตามระดับความเสี่ยง (Risk-Based Supervision) การยกระดับ Product Governance การผลักดัน Open Insurance และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการกำกับดูแล การวิเคราะห์ข้อมูล และการให้บริการประชาชน เพื่อให้การดำเนินงานมีความรวดเร็ว แม่นยำ และตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พร้อมเน้นย้ำบทบาทของ สำนักงาน คปภ. ส่วนภูมิภาค ให้เป็นด่านหน้าขององค์กรในการรับฟังปัญหาและความต้องการจากประชาชนและภาคธุรกิจประกันภัยในพื้นที่ พร้อมยกระดับเครือข่ายในส่วนภูมิภาค ตลอดจนการปรับมุมมองต่อInsurance Literacy จากการให้ความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ประกันภัย ไปสู่การสร้างความเข้าใจด้านการบริหารความเสี่ยงให้กับประชาชน เพื่อให้ประชาชนสามารถประเมินความเสี่ยงของตนเอง ตัดสินใจ เลือกความคุ้มครองที่เหมาะสมของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิผล ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของสำนักงาน คปภ. ที่มุ่งยกระดับการกำกับดูแลเชิงรุก (Proactive Supervision) บนฐานข้อมูล ความเสี่ยง และผลลัพธ์ เพื่อให้ประชาชนได้รับการคุ้มครองอย่างทั่วถึง เป็นธรรม และสามารถเข้าถึงระบบประกันภัยที่มีคุณภาพได้อย่างยั่งยืน