“ท่องเที่ยว” เร่งเครื่องโค้งสุดท้าย ขยายตลาดศักยภาพสูง ดันรายได้กระจายสู่เศรษฐกิจฐานราก

“ท่องเที่ยว” เร่งเครื่องโค้งสุดท้าย ขยายตลาดศักยภาพสูง ดันรายได้กระจายสู่เศรษฐกิจฐานราก





Image
ad1

เมื่อวันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมสุวรรณวิจิตร กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมติดตามและเร่งรัดการดำเนินงานภายใต้แผนงานบูรณาการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม อาทิ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กรมการท่องเที่ยว กระทรวงวัฒนธรรม และองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) เพื่อรับทราบความก้าวหน้าและผลสัมฤทธิ์การดำเนินงาน ตลอดจนร่วมกันพิจารณาปัญหา อุปสรรค และแนวทางเร่งรัดการดำเนินงานในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีงบประมาณ

นางศุภจีฯ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้มีความสำคัญต่อการติดตามผลการดำเนินงานของหน่วยงานที่ร่วมขับเคลื่อนแผนงานฯ ให้เป็นไปตามเป้าหมาย โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในฐานะเจ้าภาพหลัก ได้บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ภายใต้ 3 แนวทางสำคัญ ได้แก่ 1) การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์บนฐานทุนวัฒนธรรม 2) การพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและส่งเสริมความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว และ 3) การพัฒนาและส่งเสริมรูปแบบการท่องเที่ยวคุณภาพสูง เพื่อยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยและสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับผลการดำเนินงาน ณ สิ้นไตรมาสที่ 3 ประเทศไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยวสะสม 2.12 ล้านล้านบาท จากเป้าหมายทั้งปี 3.5 ล้านล้านบาท โดยตลาดต่างประเทศยังมีความท้าทาย ขณะที่การท่องเที่ยวภายในประเทศยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมีการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวไทย 156 ล้านคน-ครั้ง และสร้างรายได้ 9.16 แสนล้านบาท ที่ประชุมจึงมอบหมายให้ทุกหน่วยงานเร่งรัดการดำเนินงานในช่วงไตรมาสสุดท้าย โดยเฉพาะการขยายตลาดศักยภาพ กระตุ้นการเดินทางภายในประเทศ เพิ่มรายได้ต่อคนต่อทริป

และการกระจายรายได้ไปยังเมืองน่าเที่ยว (เมืองรอง) และชุมชน เพื่อผลักดันรายได้จากการท่องเที่ยวให้เข้าใกล้เป้าหมายมากที่สุด ในส่วนของการใช้จ่ายงบประมาณ ภาพรวม ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 มีผลการใช้จ่ายแล้ว 5,173.27 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 94.11 สูงกว่าเป้าหมายที่ภาครัฐกำหนดไว้ร้อยละ 87 อย่างไรก็ตาม ยังมีโครงการที่ต้องเร่งรัด การเบิกจ่ายและก่อหนี้ผูกพัน ซึ่งที่ประชุมได้กำชับให้หน่วยงานเจ้าของโครงการเร่งดำเนินการภายใต้กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยคำนึงถึงความคุ้มค่าและประโยชน์ที่เกิดขึ้นต่อประชาชนเป็นสำคัญ

นางศุภจีฯ ยังได้เน้นย้ำว่า แม้ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 จะไม่มีแผนงานบูรณาการด้านการท่องเที่ยว ในรูปแบบดังกล่าวแล้ว แต่ทุกหน่วยงานควรร่วมกันถอดบทเรียนจากการดำเนินงาน ทั้งในด้านผลสำเร็จ ปัญหา และอุปสรรค เพื่อนำไปใช้ประกอบการวางแผนและจัดทำคำของบประมาณในอนาคตให้มีประสิทธิภาพและเกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุดต่อการพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศ นำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศต่อไป

.