เสียโอกาสทองตลาดโลก!มท. “ตีตก” ร่างกฎกระทรวงนกแอ่นมูลค่า 30,000 ล้านบาท

มท. “ตีตก” ร่างกฎกระทรวงนกแอ่นมูลค่า 30,000 ล้านบาท เสียโอกาสทองตลาดโลก คู่แข่ง อินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม กัมพูชา เปิดราคารังนกอีแอ่นถ้ำ เกาะสี่ เกาะห้า จ.พัทลุง สัมปทานใหม่เดือนกันยายน 69 ราคา 500 ล้านบาท
รายงานข่าวเปิดเผยว่า นายโชค หนูสิงห์ ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุง (อบจ.) เป็นประธานการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุงสมัยวิสามัญ เพื่อให้ความเห็นชอบการแต่งตั้งสมาชิกสภา อบจ.ดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการพิจารณาจัดเก็บอากรรังนกอีแอ่น จ.พัทลุง ในส่วนของ อบจ.จำนวน 4 คน ในคณะกรรมการพิจารณาจัดเก็บอากรชุดใหญ่ ที่ดำรงตำแหน่งโดยตำแหน่ง จำนวน 11 คน

ประกอบผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานกรรมการ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง อัยการจังหวัด สรรพากรพัทลุง ปลัดจังหวัดพัทลุง กรรมการและเลขานุการ และนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลเกาะหมาก อ.ปากพะยูน เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง และผู้ทรงคุณวุฒิจากเทศบาลตำบลเกาะหมาก อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง อีก 2 คน ในฐานะเป็นเจ้าของพื้นที่เกาะสี่ เกาะห้า รังนกอีแอ่นถ้ำ โดยมีวาระ 4 ปี
ทั้งนี้คณะกรรมการพิจารณาฯ จะมีการพิจารณาฯ การประมูลรังนกอีแอ่นเกาะสี่เกาะห้า ต.เกาะหมาก อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง ใหม่ที่จะครบสิ้นสุดสัญญาสัมปทานในเดือนกันยายน 2569 นี้ โดยคณะอนุกรรมการพิจารณารังนกอีแอ่น จ.พัทลุง ได้ตั้งราคา 500 ล้านบาท และจะนำเข้าที่ประชุมใหญ่คณะกรรมการชุดใหญ่คณะกรรมการพิจารณาจัดเก็บรังนกอีแอ่น จ.พัทลุง

สำหรับรังนกอีแอ่น จ.พัทลุง ที่ผ่านมาในการประมูลผู้ประกอบการรังนกอีแอ่นจำนวน 2 ราย เข้าแข่งขัน โดยบริษัท สยามเนสต์ 2020 จำกัด ชนะประมูลได้สัมปทานอายุ 5 ปี ตั้งแต่ปี 2564 – 2569 เป็นเงิน 400 ล้านบาท
แแหล่งข่าวจากกลุ่มรังนกอีแอ่น จ.พัทลุง เปิดเผยว่า มีแนวโน้มว่าในการเปิดประมูลรังนกอีแอ่น จ.พัทลุง จะมีผู้ประกอบการเข้าแข่งขันร่วมประมูลและมีแนวโน้มว่าบริษัท บริษัท สยามเนสต์ จะร่วมแข่งขันเพราะได้ลงทุนปรับปรุงพัฒนารังนกอีแอ่นเกาะสี่ เกาะห้า ไว้อย่างสมบูรณ์ได้มาตรฐานขณะที่ได้รับสัมปทาน

ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมประมูลจะต้องการวิเคราะห์พิจารณาต่อการลงทุนว่าจะคุ้มทุน เพราะสภาพรังนกอีแอ่นถ้ำ ทางการได้มีการขวดขันที่เข้มข้นขึ้นโดยเหตุผลทางระบบนิเวศน์รังนกถ้ำการอนุรักษ์ที่ยั่งยืน เช่น มาตรการรักษาความปลอดภัยรังนกอีแอ่นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย จะต้องถอนออกจากบริเวณถ้ำ เวลา 18.00 น. และ 2. ราคากลางรังนกอีแอ่นที่ตั้งไว้สูง
สำหรับมาตรการรักษความปลอดภัยรังนกอีแอ่นเป็นเรื่อสำคัญเพื่อป้องกันการโจรกรรมรังนกอีแอ่น เมื่อหมดเวลา 18.00 น. จะต้องถอนกำลังออกจากพื้นที่ กังวลว่าจะเกิดการโจรกรรมรังนกอีแอ่น เพราะผู้โจรกรรมจะดำน้ำมุดถ้ำเข้าที่รังนกได้ ปัญหาเกิดการโจรกรรมรังนกอีแอ่นจะเกิดขึ้นตามเกาะถ้ำทางภาคใต้มาก

“ผู้ได้รับสัมปทานรังนกอีแอ่นถ้ำ ต้องการรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการโจรกรรม ทางการให้ถอนกำลังการรักษาความลอดภัยทั้งเกาะเวลา 18.00 น.ไม่ต้องการให้มีสิ่งรบกวนนกอีแอ่น เช่น การก่อไฟ หุงต้ม หรืออื่น ๆ ต่อระบบนิเวศน์รังนกอีแอ่นซึ่งจะอพยพออกจากถ้ำมาก”
และเรื่องราคากลางประมูลบางรายจะมองว่าราคาสูงกับภาวะตลาดที่มีรังนกอีแอ่นจากหลายประเทศ และรังนกบ้านที่ขยายตัวเติบโตสูงมากในปัจจุบัน จะมีความเสี่ยงด้านการตลาด จส่งผลให้มีผู้เข้าร่วมประมูลน้อยมากแต่ละครั้ง และแต่ละแผ่งต้องเปิดรับถึงหลายครั้ง”

แหล่งข่าว กล่าวอีกว่า แนวโน้มรังนกอีแอ่นน่าจะเหลือผู้ประกอบการไม่กี่รายที่แข็งแรงในการเข้าร่วมประมูล และอาจจะเป็นไปได้จะได้เป็นกำหนดการตลาดรังนกอีแอ่นภายในประเทศได้ ทั้งด่านการตลาดและราคา เพราะสามารถช้อนซื้อรังนกอีแอ่นเก็บได้ทุกราคาเมื่อเกิดราคาตกต่ำเพื่อรักษาราคา โดยมีโรงงานอุตสาหกรรมตู้แช่รังนกอีแอ่นขนาดใหญ่หลายแห่งสามารถส่งออกระดับโลก และขนาดใหญ่สุดที่ จ.นครปฐม.
แหล่งข่าว กล่าวอีกว่า และกลุ่มผู้ประกอบการรังนกอีแอ่นถ้ำจะสามารถกำหนดราคาได้ เช่นต้นปีราคา ไตรมาส ราคา 50,000 บาท / กก. กลางปี 80,000 บาท และปลายปีราคา 120,000 บาท / กก. เพื่อมิให้ราคาตกต่ำโดยผู้ซื้อสามารถกำหนดที่จะรับซื้อได้ในช่วงไหน เป็นต้

แหล่งข่าวได้กล่าวถึงคุณภาพรังนกอีแอ่นถ้ำกับรังนกอีแอ่นถ้ำ บ้านว่า คุณภาพรังนกถ้ำจะมีคุณภาพมาก เนื้อดี เหนียวและหอม แต่มีจุดอ่อนในสภาพภูมิอากาศและอุณภูมิที่ไม่แน่นอนและศัตรูนกอีแอ่นถ้ำก็ไม่สามารถควบคุมได้
ส่วนรังนกอีแอ่นบ้านเนื้อกลิ่นคุณภาพจะด้อยมาก แต่จะมีคุณภาพความเป็นอยู่เรื่องภูมิอากาศอุณหภูมิปลอดภัย แลจะปลอดภัยจากศัตรูเช่น จิ้งจก ตุ๊กแก และนกล่า ที่สามารถควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งหมด

ทางด้าน นายกมลศักดิ์ เลิศไพบูลย์ กรรมาธิการรังนกอีแอ่น (กมธ) สภาผู้แทนราษฎร กรรมการสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจรังนกแอ่น อดีตนายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจรังนกแอ่น (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ร่างกฎกระทรวงกำหนดลักษณะอาคารนกแอ่น กระทรวงมหาดไทย ที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาร่างกฎหมายกระทรวงมาดไทย คณะที่ 1 ได้พิจารณาตกไปเพื่อให้พิจารณาดำเนินการใหม่ เมื่อเร็ว ๆ นี้
ซึ่งทางสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจรังนกแอ่น ได้ทำมาตั้งแต่สมัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี และ สมัยนส.แพรธารทอง ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ถูกเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี แต่ นส.แพรธารทอง เกิดการเปลี่ยนแปลงร่างกฎกระทรวงชะลอไปและรัฐบาลนายอนุทิน ปรีชาวรกุล นายกรัฐมนตรี ก็ถูกคณะกรรมการพิจารณากระทรวงมหาดไทยตั้งข้อสังเหตุเป็นร่างกฎกระทรวงที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ต้องยกร่างพิจารณาจากกฎกระทรวงเป็นร่างพระราชบัญญัติ
“เป็นเวลาที่สมคมผู้ประกอบการธุรกิจรังนกบ้าน ได้ดำเนินการมาร่วมผลักดัน 15 ปีหลายรัฐบาลหลายรัฐมนตรีซึ่งทางสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจรังนกแอ่น จะเดินทางไปพบนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้มีการทบทวนพิจารณาใหม่ร่างกฎกระทรวงกำหนดอาคารรังนกแอ่น”

นายกมลศักดิ์ กล่าวอีกว่า ร่างกฎกระทรวงรังนกแอ่นชะลออกเสียโอกาสที่จะส่งออกตลาดโลกคือประเทศจีน เสียโอกาสอีก ซึ่งประเทศที่มีการตลาดรังนกแอ่นในประเทศขณะนี้ เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม และกัมพูชา
นายกมลศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับไทยมีบ้านรังนกไม่ต่ำกว่า 30,000 – 40,000 หลังทั่วประเทศ ซึ่งสามารถเก็นรังนกบ้านได้ถึง 300 – 400 ตัน / ปี ประมาณ 3,000 – 4,000 ล้านบาท แล้วหมุน 10 รอบ เป็นเงิน 30,000 – 40,000 ล้านบาท หากแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์และส่งออกต่างประเทศจะเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า 100,000 ล้านบาท รังนกอีแอ่นถ้ำธรรมชาติ ปัจจุบันปะมาณ 35 - และถึง 45 ตัน / ปี มูลค่าประมาณ 2,000 ล้านบาท.

